Title : ไม่บอกรัก แต่รักมาก..~

** แปลงมานะฮับ :)) 

 

 

 

 

 

 

ท่ามกลางบรรยากาศวุ่นวายของช่วงเลิกเรียน เด็กหนุ่มชั้น ม.ปลายสองคนกำลังขมักเขม้นกับการนั่งทำการบ้าน ความจริงแล้วต้องบอกว่าหนึ่งคนกำลังขยันทำการบ้านอย่างเอาเป็นเอาตาย (เพราะต้องส่งภายในห้าโมงเย็นนี้แล้ว) ส่วนอีกคนก็กำลังเท้าคางมองสมุดการบ้านของตนเองที่อยู่ในมือเพื่อนไปเรื่อยๆ

ลูกตาลกำลังรอคอยให้เพื่อนรักอย่างฟางทำการบ้านให้เสร็จสิ้นเสียที เพราะตอนนี้พยาธิในกระเพาะกำลังถามหาอาหารมาเติมให้เต็มอยู่นานแล้ว ...เสียงท้องร้องของเขาอาจจะดังไปถึงอเมริกาก็ได้ถ้าหากฟางยังไม่ยอมทำให้เสร็จโดยเร็ว

หรือไม่...ลูกตาลนี่แหละที่จะทนไม่ไหว แล้วแก้หิวด้วยการแทะแขนเพื่อนแทน


ระหว่างที่กำลังคิดไม่ตกว่าจะรอทานข้าวตอนเย็นทีเดียวเลยหรือแวะหาอะไรทานรองท้องไปก่อนดี เพื่อนตัวแสบที่ลูกตาลกำลังรอให้ทำการบ้านเสร็จนั้นกลับกำลังนั่งเพ่งมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่สมุดตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็นเสียอย่างนั้น  “แก”


“อะไร”


“แกว่าคนนั้นเค้ามองเราแปลกๆ ปะวะ”


ตากลมโตมองตามนิ้วเรียวๆ ของเพื่อนที่ชี้ไปอีกด้าน ลูกตาลหันกลับมาตีเพียะลงบนมือนั้นแทนการบอกว่าเสียมารยาทมากแค่ไหนกับการชี้นิ้วหาคนอื่นที่ไม่รู้จักกันเช่นนี้


“คนไหน”


ที่ต้องถามเช่นนี้เพราะมีสองคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน ตัวโย่งกันทั้งคู่ หนึ่งหนุ่มนั้นสวมแว่นท่าทางเย็นชาและดูนิ่งขรึม ส่วนอีกคนนั้นส่งยิ้มร่าเริงไปทั่ว ทั้งสองคนยืนอยู่ไม่ห่างนัก พอที่จะมองเห็นแววนิ่งเรียบและเจ้าเล่ห์เจ้ากลจากดวงตาสองคู่นั้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก


“คนที่สูงๆ ใส่แว่นนั่นไง”


“เค้าอาจจะมองคนอื่นก็ได้ อย่าคิดมากเลย” ลูกตาลปฏิเสธ มือเล็กหมุนใบหน้าของเพื่อนที่ยังจับจ้องทางนั้นให้หันกลับมาที่สมุดเหมือนเดิม ฝ่ายฟางเองก็ยังดื้อดึงต่อต้านด้วยการหันกลับไปมองใหม่อีกครั้งจนได้ “ไม่ได้คิดมาก แต่ฉันว่าเค้ามองเรา... ไม่สิ เค้ามองแกอะ!!”


โวยวายเสียงดังลั่นโรงเรียนเลยนะแก...


ถ้าสองคนนั้นเป็นโจรหรือนักเลง... เราคงโดนยิงทิ้งไปแล้วมั้ง


“บ้าแล้ว... เค้าจะมามองเราทำไม หรือถ้าเค้ามอง เราว่าเค้ามองเพราะแกมองเค้ามากกว่า แถมแกยังพูดซะเสียงดังขนาดนี้ ไม่รู้ตัวก็แย่แล้ว”


“แต่ฉันว่าใช่นะแก” และฟางก็ยังไม่เลิกสนใจอีก


และถ้าจะให้หายสงสัย คงต้องเดินไปถามกันโต้งๆ เลยเสียล่ะมั้ง


“พอเถอะน่าฟาง หันกลับมาทำการบ้านของแกต่อได้แล้ว มองมากๆ เดี๋ยวเค้าก็เดินมาต่อยหรอก”


“ไม่ต่อยหรอกน่า ฉันว่าเค้ามองเหมือนมีอะไรอยากพูดกับแกมากกว่านะ... หรือเค้าจะมาจีบแก”


ลูกตาลส่ายหัวน้อยๆ กับสมมติฐานของเพื่อน แม้ว่าสายตาของหนึ่งหนุ่มในนั้นจะจับจ้องมาเสียจนรู้สึกได้อย่างนั้นจริงๆ ก็ตามที หากแต่ลูกตาลก็เลือกที่จะจิ้มนิ้วเรียวจึ้กๆ ลงบนสมุดว่างๆ ตรงหน้าหลายต่อหลายครั้งเพื่อเรียกสติให้คนตรงหน้ากลับมาทำมันต่ออีกครั้ง


ก่อนที่จะไม่มีส่งและโดนหักคะแนนเสียเหี้ยนทั้งคู่


“...ก็ได้ๆ”


ลูกตาลส่ายหัวน้อยๆ กับเพื่อนรัก ก่อนที่จะขยับกายเปลี่ยนท่าทางเป็นเท้าคาง ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบๆ สายตาที่เคยจับจ้องมาก็ยังคงมีอยู่ หากแต่ตัวเขาก็เลือกที่จะไม่สนใจแทน ... จะเอาใจไปจดจ่อกับคนที่ยังบอกแน่ชัดไม่ได้ว่ากำลังมองอยู่ด้วยเหตุผลอะไรกันแน่ได้ยังไงกัน


“หิวน้ำจังเลยน้อ...เมื่อไหร่แกจะทำเสร็จ อยากไปหาอะไรกินแล้วนะ”


หลังจากที่นั่งรอมาพักใหญ่ เสียงหวานก็เอ่ยออกมา ใบหน้าเรียวได้รูปแนบซบลงกับท่อนแขน เงยหน้ามองเพื่อนรักที่กำลังปั่นการบ้านยิกๆ อย่างเอาเป็นเอาตายด้วยแววตาละห้อยสุดๆ


“ใกล้แล้วล่ะน่า รอเดี๋ยวสิ”


“อือๆ เร็วๆ ล่ะ”


ระหว่างที่กำลังรอคอยคำว่าเสร็จแล้วจากอีกคน ขวดน้ำแร่เย็นเฉียบที่มีไอน้ำเกาะอยู่โดยรอบอย่างเห็นได้ชัดก็วางปุลงตรงหน้า ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือที่วางมันลงทันที


แล้วก็พบว่า...เป็นหนึ่งในสองหนุ่มที่ยืนมองตนเองอยู่อีกด้านนั้นนั่นเอง


ผู้ขายตัวสูง ใส่แว่น ใบหน้านิ่งเรียบก้มลงมองแววฉงนสงสัยในดวงตากลมโตนั้น สมองที่เต็มไปด้วยรอยหยักกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อสรรหาคำตอบของคำถามที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกมาของอีกฝ่าย


แต่จนแล้วจนรอด คำที่เอ่ยออกไปได้นั้นก็เป็นแค่เพียงคำสั้นๆ อย่างเช่นคำว่า...


“น้ำ”


“???” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นทันที มีเสียงประกอบเป็นเสียงหัวเราะคิกขึ้นมาของอีกคนที่นั่งอยู่ด้วย


บางทีคำว่าน้ำอาจจะดูสั้นเกินไป...


คงต้องพูดอะไรต่ออีกสักนิด...


“น้ำ...ให้”


บ้าชะมัด...


มันไม่ได้ดูยาวขึ้นสักเท่าไหร่เลยนะเนี่ย...


ลูกตาลมองขวดน้ำแร่ตรงหน้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของคำพูดที่มีประธาน กิริยา (แม้จะมาในรูปแบบงงๆ และออกจะเข้าใจยากไปสักหน่อยก็ตามที) แต่ยังขาดกรรมของประโยคสั้นๆ เมื่อครู่อยู่ดี (แบบนี้เรียกว่าประโยคได้ไหมนะ)


คิดได้อย่างนั้นก็เลยลองถามคำถามออกไปสักหน่อย จะได้มั่นใจว่ากินได้จริงๆ ...


“ให้เราเหรอ? แต่เรา...” ขยับปากจะพูดต่อว่า ‘ไม่รู้จักกันนะ’ สักหน่อย แต่เจ้าของน้ำแร่ก็ทำเพียงแค่พูดลาออกมาสองคำสั้นๆ

อย่างเช่นคำว่า...

“ไปล่ะ”

แล้วก็เดินจากไป...อย่างรวดเร็ว

ปล่อยให้คนที่เหลืออยู่นั่งงง ซึ่งในความเป็นจริงลูกตาลอาจจะงงแค่คนเดียว เพราะฟางนั้นระเบิดหัวเราะเสียงดังอย่างไม่กลัวโดนยิงทิ้งไปแล้วเรียบร้อย ร่างน้อยเกาหัวแกร่กๆ อย่างไม่เข้าใจ พลางมองตามแผ่นหลังกว้างๆ นั้นหายลับไป สลับกับขวดน้ำแร่เย็นเจี๊ยบตรงหน้าด้วย

“อะไรของเค้าอะ”

เพื่อนรักตัวขาวที่ยังคงไหล่กระเพื่อมด้วยความขำนั้นเช็ดน้ำตาป้อยๆ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมายังไม่เคยพบเคยเห็นคนที่จีบลูกตาลได้ประหลาดและสั้นกุ๊ดดุ๊ดขนาดนี้มาก่อน... หัวเราะจนปวดท้องเลยทีเดียว “นั่นปะไรล่ะ ฉันว่าแล้วเค้ามองแกจริงๆ ด้วย ... เห็นมั้ย นี่ถ้าลงพนันกันฉันกินเรียบไปแล้ว”

“แกนี่ก็ ... ว่าแต่ว่า เค้าให้เราทำไมอะ แล้วรู้ได้ไงว่าเรากำลังอยากดื่มน้ำ”

“อาจจะได้ยินแกพูด... แล้วเค้าคงมาจีบแกจริงๆ ล่ะมั้ง”

“บ้าแล้ว” ร่างเล็กส่ายหน้าไปมา หากแต่ฟางกลับพยักหน้า มือข้างที่ว่างอยู่กำกำปั้นแล้วทุบมันลงมันฝ่ามืออีกข้างแปะๆ อย่างหนักแน่นและมั่นใจ “ไม่บ้าหรอก แน่ๆ เลย แน่ๆ เค้ามาจีบแกแน่ๆ เชื่อฉันเถอะ“

“ไม่เชื่อ รีบๆ ทำได้แล้ว อยากกลับบ้านแล้ว”

“อะไรกัน... ไม่สนุกเลย”

 

ข้างฝ่ายคนที่เพิ่งเอาน้ำแร่ไปบรรณาการเจ้าของดวงใจนั้นก็เดินหน้ามุ่ยกลับมาหาเวฟเพื่อนรักที่กำลังยืนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ที่เดิม มือหนากระชากไหล่เพื่อนให้หันกลับไปแล้วออกเดินอย่างเร่งรีบ ไม่สนใจว่าไหล่กว้างที่เขากำลังจับอยู่นี้จะกระเพื่อมขึ้นลงเพราะหัวเราะขำเขาหนักแค่ไหน

“เหี้ยเอ๊ย ปัญญาอ่อนชะมัด”

“มาก... กูเพิ่งเคยเห็นมึงจีบใครด้วยคำแค่ห้าคำ ฮ่าๆๆๆ”

“ขำมากปะ... ก็มันคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรนี่หว่า แค่เจอกูก็เขินจนลิ้นชาแล้วแม่ง” ปาล์มเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย ไม่ได้หัวเสียกับคนน่ารักคนนั้นหรอกนะ กับตัวเองนี่แหละ... อยากจะกระทืบตัวเองชะมัด ถ้าทำได้ทำไปนานแล้ว

มีอย่างที่ไหน ... พูดได้แค่นั้น เห่ยชะมัดเลย

เริ่มต้นการจีบใครด้วยคำเพียงแค่ห้าคำ ...แย่สิ้นดี

“เอาน่า ถือว่ามึงเปิดตัวได้ดี... ถึงจะพูดสั้นไปหน่อยก็เถอะ ไปๆ กลับบ้านกันเถอะ กูหิวข้าวแล้ว ฮ่าๆๆๆ”

......................................................

ออดเลิกเรียนดังนานแล้ว หากแต่ฟางและลูกตาลเพิ่งจะเดินลงมาจากอาคารเรียน เนื่องจากเป็นเวรทำความสะอาดห้อง กว่าจะปัดกวาดเช็ดถูห้องเรียนให้สะอาดเอี่ยมเรี่ยมเร้ ท้องฟ้าก็เกือบจะมืดอยู่แล้ว


ลูกตาลหอบสมุดการบ้านที่เพิ่งได้รับคืนมาพร้อมเล่มรายงานไว้ในอ้อมแขน ส่วนเพื่อนซี้ตัวยุ่งก็เดินกินอมยิ้มลงมาข้างๆ กัน และดันตาดีเหลือบไปเห็นร่างสูงๆ ที่เป็นดูโอ้ของใครบางคนยืนอยู่ด้านหน้าอาคารเรียนพลางสไลด์หน้าจอไปมายิกๆ ดวงตาเรียวรีฉายแววเจ้าเล่ห์ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อน


“แกว่าวันนี้คนนั้นจะมาอีกป้ะ?”


“คนไหน?”


“คนนั้นไง ที่พูดน้อยๆ อะ” เมื่อฟางพูดให้วงแคบลง ลูกตาลก็พยักหน้าแล้วร้องอ๋อออกมาเพื่อบ่งบอกว่าจำได้ทันที


ใครจะไปลืมล่ะ... ถึงจะพูดออกมาแค่ห้าคำก็เถอะ


“อ๋อ... ไม่รู้สิ เราเพิ่งเจอเค้าเมื่อเองนะ แถมไม่รู้จักด้วย จะไปรู้ได้ยังไงว่าเค้าจะมาหรือไม่มา”


“แต่ฉันว่ามา จริงๆ นะ”


“รู้ได้ยังไง?” ลูกตาลหันขวับมามองเพื่อน ไม่ทันได้สังเกตุว่าคนที่มาด้วยกันกับชายหนุ่มในหัวข้อสนทนาเมื่อวันวานนั้นยืนอยู่ใกล้ๆ ฟางกัดอมยิ้มในปากพร้อมทำตาเจ้าเล่ห์เจ้ากล อีกฝ่ายเลยขมวดคิ้ว “ลางสังหรณ์มันบอก ฉันว่าเค้าต้องมาหาแกแน่ๆ แล้วก็จะมายืนจ้องหน้าแก ไม่พูดไม่จา มองๆๆๆๆๆๆๆ จนแกแก้มแดงเพราะเขิน ... แน่นอน ฉันฟันธง”


“เพ้อเจ้อจริงๆ เลย”


“ไม่เพ้อหรอก... หึหึ”


“ขำอะไรน่ะ อ๊ะ...” ยังไม่ทันจะได้จัดการเพื่อนตัวดี ร่างสูงใหญ่ของคนเมื่อวานก็มายืนอยู่ตรงหน้าเสียก่อน


ตัวเป็นๆ เลยด้วย...


ตาคมจับจ้องใบหน้าหวานที่ยังทำตาโตด้วยความตกใจอยู่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แม้ว่าในหัวใจนั้นจะกรีดร้องออกมาเป็นภาษาคัซซาบลังกาว่า ‘น่ารักฉิบหายเลยโว้ยยยยยยยยย’ ไปล้านรอบแล้วก็ตาม... อนิจจา กรรมของคนขี้เขิน ปาล์มเลยทำได้เพียงแค่ยืนถุงผ้าลายน่ารักในมือให้คนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว


พร้อมกับคำบอกเล่า...


“คุ้กกี้”


...แค่สองคำ


“หืม?”


“ทำเอง...ให้”


เพิ่มมาอีกสาม... คราวนี้รู้เรื่องขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว


ลูกตาลมองถุงขนมน่ารักตรงหน้าสลับกับคนตัวใหญ่ที่เป็นคนยื่นมันมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ที่มากกว่าอารมณ์อื่นใดคงจะเป็นงุนงงและตกใจ งงที่อยู่ๆ ก็เอามาให้ และตกใจที่อีกฝ่ายทำคุ้กกี้เป็นกับเขาด้วย (ตัวยังกับยักษ์นี่นะทำคุ้กกี้) 


“ข...ขอบคุณนะ... เอ่อ...”


“ปาล์ม”


“หืม??”


“ชื่อปาล์ม” เสียงทุ้มเอ่ยบอกชื่อตัวเองเสร็จสรรพ เพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายอยากจะรู้จักชื่อและจะได้ขอบคุณถูกคน ลูกตาลอยากจะยกมือขึ้นมาเกาหัวนัก ถ้าไม่ติดว่าหอบข้าวของเต็มอ้อมแขนอย่างนี้คงได้ทึ้งผมร่วงไปแล้วแน่ๆ


“อ๋อ เอ่อ... เราชื่อ...”


“ลูกตาล รู้จักแล้ว”


ลูกตาลรู้สึกเหมือนมีอะไรกำลังเดือดอยู่ในหัว ...


บางทีคนที่พูดน้อยและสื่อสารทุกสิ่งอย่างด้วยสายตานี่มันก็... เป็นอันตรายต่อจิตใจมากเหมือนแฮะ


ก่อนที่จะมีอวัยวะส่วนใดชำรุดเสียหายเพราะทำงานหนักเกินไป คนตัวน้อยเลยส่งยิ้มบางๆ ให้ พลางเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะหันไปชวนเพื่อนสนิทที่ตัวกลมกลืนกับลมฟ้าอากาศไปนานสองนานให้กลับบ้านกัน


“อ่า... ขอบคุณนะ ทั้งคุ้กกี้แล้วก็น้ำเมื่อวานด้วย เรา...กลับบ้านก่อนนะ ฟาง กลับบ้านกัน”


อย่างน้อยก็ให้หัวใจได้เต้นแรงน้อยลงกว่านี้เสียที...


ทว่า... ลูกตาลกลับโดนหักหลังดังเป๊าะ เมื่อเสียงแจ๋วๆ ของเพื่อนเอ่ยขึ้นมาทันควัน


“ไปไม่ได้แล้ว พอดีแม่มารับ จะพาไปซื้อของ... ไปก่อนนะแก โทษที” แล้วคนพูดก็หายลับไปทันทีที่พูดจบ และโดยที่ลูกตาลร้องเรียกหรือยื้อยุดฉุดกระชากไว้ไม่ทันเลยด้วยซ้ำ ได้แต่ยืนทำตาปริบๆ มองแผ่นหลังบางๆ ของไส้ศึก (ลูกตาลรู้สึกได้ถึงรังสีแห่งความทรยศนั้น) เดินลิ่วๆ ห่างออกไปทุกที


“ฟาง เดี๋ยว...แล้วจะกลับยังไงล่ะเนี่ย”


เจ้าของร่างบางได้แต่ยืนคอตก ลูกตาลไม่ค่อยชอบการกลับบ้านคนเดียวเท่าไหร่เพราะมันเหงา อย่างน้อยๆ ถ้าเพื่อนสนิทอย่างฟางเดินกลับปพร้อมกัน ก็จะมีเสียงแว้ดๆ ให้หายเงียบไปบ้าง


จะทำยังไงดีล่ะทีนี้...


ข้างฝ่ายปาล์มที่ยืนดูอยู่นานก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็วทันการณ์ หันไปส่งซิกให้เพื่อนซี้ที่ยังคงเล่นเกมส์อยู่อย่างเมามันให้ค่อยๆ สลายตัวออกไป เวฟพยักหน้ารับทราบแต่โดยดีและเดินจากไปอย่างเงียบกริบ ... หลังจากนั้น มือหนาก็ขยับไปดึงสมุดหนังสือและถุงคุ้กกี้ที่เป็นคนให้มาถือไว้ทันที


“เอ๊ะ...?”


“ไปส่ง”


แค่สองคำเท่านั้น... รู้เรื่อง


รู้เรื่องจนลูกตาลต้องทำตาโต... นี่ รู้จักบ้านด้วยเรอะ???


“หืม? ร...รู้จักบ้านเราเหรอ?”


“ไม่รู้...แต่ไปส่งได้ ถ้าบอกทาง กลับบ้านคนเดียวไม่ดีหรอก อันตราย...เป็นห่วงด้วย”


“พูดยาวก็ได้ด้วยแฮะ”


ลูกตาลพึมพำเสียงเบาหวิวเพราะกลัวอีกฝ่ายจะได้ยิน ...นี่นับเป็นประโยคที่ยาวที่สุดนับตั้งแต่ที่ได้คุยกัน (ซึ่งก็รวมเวลาแล้วน่าจะประมาณยี่สิบสี่ขั่วโมงพอดี) ที่ได้ยินจากปาล์ม ลูกตาลเหลียวมองรอบกายที่ว่างเปล่าและเริ่มมืดลงเรื่อยๆ แล้วตัดสินใจพยักหน้าตอบตกลงให้อีกฝ่ายไปส่งที่บ้านด้วยความเต็มใจแปดสิบเจ็ดจุดห้าสามเปอร์เซ็นต์


อย่างน้อยก็ดีกว่าเดินกลับคนเดียว...


ลูกตาลเดินนำหน้าออกไปเล็กน้อย และมีคนที่หอบข้าวของพะรุงพะรังเดินตามหลังมา...


พร้อมกับเสียงร้องตะโกนดังก้องในใจว่า...


เยสสสสสสสสสสสสสสสสส ~~~ !!!!

 

ทั้งสองคนเดินเคียงกันไปตามถนนที่ร่มรื่นและเงียบสงบ จะมีพาหนะหรือคนสวนไปมาบ้างประปราย ค่อนข้างจะเงียบไปสักหน่อยหากแต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรนัก เดินกลับคนเดียวก็คงจะเปลี่ยวใจน่าดู


แม้จะไม่มีบทสนทนาใดๆ เลยสักนิด... แต่ลูกตาลกลับรู้สึกดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น


รู้สึกอบอุ่นในหัวใจดวงน้อย เหมือนมีอุ้งมือที่อ่อนโยนคอยประคองและดูแลเอาไว้อย่างดี...


“ถึงบ้านเราแล้วล่ะ ขอบคุณมากนะที่มาส่ง”


“กลับล่ะนะ” ปาล์มเอ่ยขึ้นเมื่อส่งของในมือให้เจ้าของมันเรียบร้อยแล้ว ลูกตาลยิ้มแป้นอย่างขอบคุณเพื่อนใหม่ “กลับบ้านดีๆ นะ ... บ๊ายบาย”


“.............................ฝันดีนะ”


สามคำสุดท้ายสำหรับคืนนี้...


รู้สึกว่าจะมีอิทธิพลต่อหัวใจดวงเล็กมากทีเดียว...


แม้ว่าคนพูดจะพูดแบบหน้าตาย (แต่แอบหูแดง) ก็ตามทีเถอะ


“ฝ... ฝันดีเหมือนกัน”


......................................................


“หวัดดีปาล์ม~” ลูกตาลเอ่ยทักร่างสูงที่มายืนรออยู่ที่หน้าห้องเรียนเหมือนอย่างที่เป็นมาตลอดสองอาทิตย์นี้ หลังจากที่ไปส่งที่บ้านวันนั้น ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะสนิทสนมกันมากขึ้นทีเดียว ฟางแอบมอภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามประสา ก่อนจะบอกลาเพื่อนรักแล้วเดินหายไป


ร่างเล็กมองตามแผ่นหลังของเพื่อนชั่วครู่ พอหันกลับมาก็พบกับช็อคโกแล็ตแท่งโตที่ยื่นมารอนานแล้ว เงยหน้าขึ้นมองคนให้ก็ได้รับคำอธิบายให้เข้าใจ


“ช็อคโกแล็ต”


อย่างแจ่มแจ้ง...


ใช่ นี่คือช็อคโกแล็ต... ชัดเจนทีเดียว


“ให้เราเหรอ?”


“...” ปาล์มพยักหน้าสองหงึก ลูกตาลเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มแป้น รับมันมาแล้วสอดมือเข้าไปควานหาของกินในเป้ของตัวเองบ้างเช่นกัน “ขอบคุณมากน้า... อะ นี่ เราให้ช็อคโกแล็ตเหมือนกัน แบบไม่หวานด้วย อร่อยดี”


“...กลับยัง?”


หลังจากรับมาถือไว้และกล่าวขอบคุณด้วยสายตาลึกซึ้ง เสียงทุ้มก็เอ่ยถามขึ้นมา ลูกตาลเริ่มออกเดินนำ เคี้ยวช็อคโกแล็ตที่เพิ่งได้มาหงุบหงับ “ยัง ต้องแวะไปชมรมก่อน แป๊บนึง ลืมของไว้อะ”


“...” ปาล์มพยักหน้าอีกสองหงึก ... แล้วเดินตามลูกตาลไปอย่างเงียบๆ (พร้อมทั้งแอบเหลือบมองช็อคโกแล็ตในมือตัวเองและมือคนข้างๆ แล้วยิ้มคนเดียวอย่างรื่นเริงใจด้วย)


หลังจากออกจากห้องชมรม ลูกตาลก็ดันนึกขึ้นได้ว่าลืมทำการบ้านเลขที่ต้องส่งภายในวันนี้ก่อนห้าโมงเย็น เมื่อปาล์มก้มมองนาฬิกาก็พบว่านี่เป็นเวลาสี่โมงสิบห้าแล้ว ร่างสูงจึงถือวิสาสะดันข้อศอกคนตัวน้อยให้เดินไปตามทางเดินอย่างเร่งรีบ และมาจบลงที่ม้าหินอ่อนที่เดิมที่เขาเคยยืนจ้องลูกตาลเมื่อสองอาทิตย์ก่อน


ต่างกันที่ตอนนี้ เขาเป็นคนพาลูกตาลมานั่งเอง...


แต่จะมัวปลาบปลื้มกับอะไรแบบนั้นก็ใช่ที่ ในมื่อตนนี้เจ้าของดวงใจของเขากำลังจะเดือนดร้อนเพราะการบ้านเลขอยู่แล้ว


เมื่อได้ที่นั่ง ร่างเล็กก็จัดการก้มหน้าก้มตาทำการบ้านทันที เวลาล่วงไปครึ่งชั่วโมงลูกตาลก็เหลือข้อสุดท้าย แล้วก็มีปัญหาที่ทำให้ต้องทำไม่เสร็จจนได้... “ข้อนี้ทำไมตอบไม่เหมือนกับที่เฉลยอ่า... เราก็ทำตามขั้นตอนแล้วนี่นา”


“.........ตรงนี้ต้องคูณสองก่อน แล้วเอาไปแทนค่า x”


“อ๋อ... อย่างนี้นี่เอง ปาล์มเก่งจัง” หลังจากทดลงทำตามวิธีการนั้นและได้คำตอบออกมาแล้ว ลูกตาลก็ยิ้มแป้นทันที คนถูกชมเลยได้แต่เกาหัวแกร่กๆ ด้วยความเขินอาย ... ก็ใครเขาให้ยิ้มหวานอย่างนั้นกัน... “ไม่ขนาดนั้นหรอก”


“เก่งจริงๆ นะ”


ลูกตาลยังย้ำอีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งตื๋อไปส่งการบ้านที่ห้องพักอาจารย์ มีสายตาของคนที่กำลังจะโต้ตอบคำชมเมื่อครู่กลับไปมองตามหลังจนลับสายตา


“...”

 

“ปกติพูดน้อยอย่างนี้ปะเนี่ย ทำไมตอนที่เห็นอยู่กับเวฟยังพูดมากกว่านี้ตั้งเยอะแน่ะ ... ไม่อยากคุยกับเราเหรอ?” ลูกตาลถามขึ้นเมื่อกำลังเดินเคียงข้างกันไปทางด้านหน้าโรงเรียน ตากลมโตฉายแววสงสัยอย่างเต็มเปี่ยม ปาล์มเลยเกิดอาการลิ้นพันกันขึ้นมาอีกครั้งเพราะไม่คิดว่าจะโดนจู่โจมด้วยคำถามเช่นนี้มาก่อน

“เอ่อ...ลูกตาล คือ...”

บอกยังไงดีวะ...

ก็เราชอบลูกตาล...ลิ้นเราเลยพันกันจนพูดไม่ออก

อย่างนี้เหรอ... ไม่ดีมั้ง

ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะเอ่ยตอบอะไรออกไป เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของคนตัวน้อยก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน “อ๊ะ... ฮัลโหล ฮะ แม่... อ๋อ ได้ฮะ เจอกันครับ... เมื่อกี๊ปาล์มจะพูดอะไรกับหรือเปล่า”

“...เปล่า”

ปาล์มส่ายหน้าไปมา ... เอาไว้ค่อยพูดแล้วกัน

“เราต้องไปแล้วนะ พอดีแม่มารับแล้ว ... ขอบคุณมากที่สอนการบ้านนะปาล์ม เจอกันพรุ่งนี้”

“อืม... บ๊ายบาย”


......................................................


“ทำไมนายพูดมากจังเลยคิม” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาในระหว่างที่เพื่อนสนิทอีกคนอย่างคิมนั้นกำลังพูดคุยกับเพื่อนๆ ในกลุ่มอย่างสนุกสนาน ทั้งที่มันเป็นการพูดในระดับที่ปกติและเป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่รู้จักกันแท้ๆ (แถมคิมยังพูดน้อยกว่าฟางและปั๊มรวมไปถึงมิ้นท์อีกต่างหาก)

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่... ที่ลูกตาลเสพติดความเงียบ

ช่วงเวลาที่เงียบสงบ... กับใครบางคน

“หา? พูดมากอะไร? นี่พูดระดับคนปกติเขาพูดกันนะ” ผู้โดนกล่าวหาแก้ต่างให้ตนเอง แต่ลูกตาลก็ยังทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ “ไม่รู้สิ... มัน ... พูดมากอะ”

“...” เงิบกันทั้งกลุ่ม...

ก่อนที่คนต้นเรื่องจะเดินหนีหายไป “เราไปดาดฟ้าก่อนนะ คาบบ่ายเจอกัน”

“อ...อือ”

“ลูกตาลมันเป็นอะไรอะ ปกติเราก็พูดกันอย่างนี้นี่หว่า” คิมหันมาพูดกับคนที่เหลือด้วยความไม่เข้าใจ ฟางที่นั่งกินอมยิ้มอยู่เลยพึมพำออกมาเบาๆ “สงสัยอยู่กับคนพูดน้อยเกินไปบ่อยๆ ล่ะมั้ง”

“คนนั้นน่ะเหรอ?”

มิ้นท์เอ่ยถามขึ้นมาบ้าง คนที่รู้เรื่องเยอะกว่าใครเลยพยักหน้าหงึกหงัก เพราะคนนั้นของมิ้นท์ก็คือคนเดียวกับที่มาเฝ้ารอลูกตาลหน้าห้องเรียนทุกเย็นนั่นแล

“อือ พูดทีนับคำได้เลย แต่ก็ฟังรู้เรื่องนะ... ดูท่าเพื่อนเราจะมีแฟนก็ตอนนี้แหละ”

 

ข้างฝ่ายคนที่ทำให้เพื่อนงุนงงก็มานั่งงงตัวเองพร้อมข้าวกล่องที่ถือติดมือมาด้วยอยู่บนดาดฟ้า ท้องฟ้าสีครามและสายลมอ่อนโชยพัดมาให้รู้สึกสดชื่น หากแต่บางสิ่งที่ติดอยู่ในซอกใจนี้ก็ทำให้รู้สึกดีไม่ได้มากนัก...ทำไมนะ ทำไมนะ...

ทำไมกันนะ...

อยู่ๆ ก็รู้สึกขึ้นมาว่าโลกมันช่างเสียงดัง...

เสียงดังวุ่นวาย ไม่เหมือนเวลาที่อยู่กับ... ปาล์ม

“ลูกตาล”

คิดถึงปาล์ม ปาล์มก็มา...

ลูกตาลสะดุ้งเล็กน้อยเพราะกำลังคิดถึงคนตรงหน้าอยู่ แก้มใสขึ้นสีเรื่อเล็กน้อย พยายามหาเรื่องเฉไฉออกไปไกลๆ ตัว “ปาล์ม... ทานข้าวรึยัง?”

“...” ปาล์มส่ายหน้าไปมา เห็นอย่างนั้นคนตัวน้อยเลยเอ่ยชวน

“นั่งด้วยกันสิ”

“...” และปาล์มก็พยักหน้าตกลง... ด้วยความเต็มใจ

โลกเงียบที่ลูกตาลต้องการ... อาจจะเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง

 

“เฮ้อ อิ่มชะมัด... พออิ่มแล้วก็ง่วง” มือเล็กลูบท้องป้อยๆ ขยับยุกยิกเพื่อจะนั่งให้สบายขึ้น ข้างฝ่ายคนตัวสูงก็ล้วงกระเป๋ากางเกงยุกยิก “ลูกอม”

“อ๊ะ ขอบคุณมากเลย ปาล์มนี่ชอบพกของหวานเหรอเนี่ย เห็นมีติดตัวตลอดเลย”

“เปล่า” ปาล์มส่ายหน้าปฏิเสธ คนที่กำลังแกะลูกอมเข้าปากเลยทำหน้างง “อ้าว แล้วทำไมมีเยอะจัง”

“เอาไว้เผื่อ”

“เผื่อ??”

“เผื่อ...ลูกตาล”

“...”

“...” เด๊ดแอร์...

เกิดช่องว่างทางอากาศขนาดใหญ่ขึ้นมาชั่วครู่ หัวใจสองดวงเต้นตึกตักรัวแรงด้วยความตื่นเต้น

หากลองฟังดู อาจจะรู้ว่า... มันเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน

“อ่า... วันนั้นยังไม่ได้ตอบเราเลย ทำไมอยู่กับเราแล้วพูดน้อยจัง ไม่อยากคุบกับเราเหรอ?” เมื่อเงียบกันไปครู่ใหญ่ ลูกตาลก็พยายามเปลี่ยนเรื่องอย่างไม่แนบเนียนนัก และปาล์มเองก็ยอมที่จะมองข้ามความไม่แนบเนียนและใบหูแดงๆ น่ากัดแรงๆ สักสามทีไปเสีย

เพราะช่วงเวลาแห่งความระทึกใจได้ใกล้เข้ามาแล้ว...

“เปล่า”


“แล้วทำไมพูดน้อยล่ะ นี่พูดถึงยี่สิบคำหรือยังเนี่ย?”


“............................ เขิน”


“อะไรนะ?” ลูกตาลขยับเข้าใกล้เพราะได้ยินไม่ชัด... ครานี้เสียงทุ้มเลยกระซิบข้างหูเลยทีเดียว


“เขิน”


“...” อากาศร้อนกะทันหัน...


เหตุการณ์เด๊ดแอร์คล้ายจะเดจาวูอีกครั้ง หากแต่ปาล์มก็ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดลอยไป ... เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่บทสนทนาที่เข้าทางเขาเช่นนี้จะกลับมาอีกครั้ง


เอาวะ... บอกก็บอก!!!


“คือ... ชอบ”


“ชอบ? ชอบอะไร?”


“ชอบ...ชอบลูกตาล”


“...” ลูกตาลแก้มแดงขึ้นมาทันที มันเห็นได้ชัดเจนมากพอๆ กับใบหูแดงๆ ของคนที่เพิ่งเอ่ยปากพูดคำว่าชอบออกมาเลยทีเดียว


“อยากจีบ แต่... เขิน พูดไม่ออก”


“อ่า...”


“ชอบลูกตาลจริงๆ ...เป็นแฟนกันไหม?”


ลูกตาลขยับตัวหยุกหยิกไปมา ตากลมโตเสมองนู่นนี่ไปทั่วยกเว้นสายตาคมๆ และสื่อความนัยจนหมดสิ้นของอีกฝ่าย ทิ้งช่วงไปเนิ่นนานจนปาล์มเริ่มจะใจฝ่อ ... ลูกตาลจึงได้ฤกษ์เอ่ยปากออกมา


“........ ตัวอะไรเกาะหลังน่ะปาล์ม”


“...?” ปาล์มทำหน้างงสุดขีดเมื่อคนที่เขาเพิ่งจะบอกรักเมื่อครู่นั้นขยับไปนั่งด้านหลังของเขา ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงแรงขยับยุกยิกบนแผ่นหลัง มันดูไม่เหมือนการปัดแมลงแม้สักนิด...


ก็แมลงที่ไหน มันจะเกาะอยู่เป็นตัวอักษรกันล่ะ...


นิ้วเล็กลากไปตามแผ่นหลังช้าๆ ให้เจ้าของมันได้ทำความเข้าใจและค่อยๆ อ่านไปด้วยพร้อมกัน


ช อ บ . . . เ ห มื อ น กั น


ร่างสูงยิ้มกว้างออกมาทันที อยากจะตะโกนให้ลั่นโรงเรียน ให้รู้ไปทั้งโลก หากแต่ภารกิจที่สำคัญอีกอย่างยังไม่หมดสิ้น เสียงทุ้มเลยกลั้นใจเอ่ยถามออกไปอีกหนึ่งคำถาม ... เอาตรงๆ แบบนี้แหละ...


“....เป็นแฟนกันนะ ... ตกลงนะ”


และเจ้าของนิ้วมือน้อยๆ ก็ลากไปตามแผ่นหลังกว้าง... กลายเป็นคำว่า


ต ก ล ง


ยะฮู้~... มีแฟนกับเขาแล้วคร้าบ ~~~~

 

 

 

 

*************************************************

Talk :: แปลงมา ว่างจัดมั้ยล่ะ? ฮ่าๆๆๆ //ว่างมากก็ไปต่อฟิคเสะะะะ

น้องลูกตาลน่ารักเหมือนทงเฮเลย อิ๊ w อิ๊

edit @ 9 May 2013 23:57:58 by คุณนายลี

Comment

Comment:

Tweet

น่ารักกก
แล้วถ้าเกิดวันนึงตาปาล์มเค้าเลิกเขินแล้วพูดมากขึ้นมานี่ ลูกตาลจะชอบหรอ ฮ่าๆๆ
พูดน้อย น่ารัก ทำคุ้กกี้มาให้ แบบนี้หาได้ที่ไหนนน กรี๊ดดด

#2 By ฟากฟ้า (103.7.57.18|101.108.34.32) on 2013-05-19 23:59

สนุกดีค่ะ ชอบมากเลยเป็นเรื่องราวที่น่ารักดีนะคะbig smile

#1 By คุณนายโฮ (103.7.57.18|124.122.124.251) on 2013-05-11 13:45