Title : ไม่บอกรัก แต่รักมาก..~

** แปลงมานะฮับ :)) 

 

 

 

 

 

 

ท่ามกลางบรรยากาศวุ่นวายของช่วงเลิกเรียน เด็กหนุ่มชั้น ม.ปลายสองคนกำลังขมักเขม้นกับการนั่งทำการบ้าน ความจริงแล้วต้องบอกว่าหนึ่งคนกำลังขยันทำการบ้านอย่างเอาเป็นเอาตาย (เพราะต้องส่งภายในห้าโมงเย็นนี้แล้ว) ส่วนอีกคนก็กำลังเท้าคางมองสมุดการบ้านของตนเองที่อยู่ในมือเพื่อนไปเรื่อยๆ

ลูกตาลกำลังรอคอยให้เพื่อนรักอย่างฟางทำการบ้านให้เสร็จสิ้นเสียที เพราะตอนนี้พยาธิในกระเพาะกำลังถามหาอาหารมาเติมให้เต็มอยู่นานแล้ว ...เสียงท้องร้องของเขาอาจจะดังไปถึงอเมริกาก็ได้ถ้าหากฟางยังไม่ยอมทำให้เสร็จโดยเร็ว

หรือไม่...ลูกตาลนี่แหละที่จะทนไม่ไหว แล้วแก้หิวด้วยการแทะแขนเพื่อนแทน


ระหว่างที่กำลังคิดไม่ตกว่าจะรอทานข้าวตอนเย็นทีเดียวเลยหรือแวะหาอะไรทานรองท้องไปก่อนดี เพื่อนตัวแสบที่ลูกตาลกำลังรอให้ทำการบ้านเสร็จนั้นกลับกำลังนั่งเพ่งมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่สมุดตรงหน้าอย่างที่ควรจะเป็นเสียอย่างนั้น  “แก”


“อะไร”


“แกว่าคนนั้นเค้ามองเราแปลกๆ ปะวะ”


ตากลมโตมองตามนิ้วเรียวๆ ของเพื่อนที่ชี้ไปอีกด้าน ลูกตาลหันกลับมาตีเพียะลงบนมือนั้นแทนการบอกว่าเสียมารยาทมากแค่ไหนกับการชี้นิ้วหาคนอื่นที่ไม่รู้จักกันเช่นนี้


“คนไหน”


ที่ต้องถามเช่นนี้เพราะมีสองคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน ตัวโย่งกันทั้งคู่ หนึ่งหนุ่มนั้นสวมแว่นท่าทางเย็นชาและดูนิ่งขรึม ส่วนอีกคนนั้นส่งยิ้มร่าเริงไปทั่ว ทั้งสองคนยืนอยู่ไม่ห่างนัก พอที่จะมองเห็นแววนิ่งเรียบและเจ้าเล่ห์เจ้ากลจากดวงตาสองคู่นั้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก


“คนที่สูงๆ ใส่แว่นนั่นไง”


“เค้าอาจจะมองคนอื่นก็ได้ อย่าคิดมากเลย” ลูกตาลปฏิเสธ มือเล็กหมุนใบหน้าของเพื่อนที่ยังจับจ้องทางนั้นให้หันกลับมาที่สมุดเหมือนเดิม ฝ่ายฟางเองก็ยังดื้อดึงต่อต้านด้วยการหันกลับไปมองใหม่อีกครั้งจนได้ “ไม่ได้คิดมาก แต่ฉันว่าเค้ามองเรา... ไม่สิ เค้ามองแกอะ!!”


โวยวายเสียงดังลั่นโรงเรียนเลยนะแก...


ถ้าสองคนนั้นเป็นโจรหรือนักเลง... เราคงโดนยิงทิ้งไปแล้วมั้ง


“บ้าแล้ว... เค้าจะมามองเราทำไม หรือถ้าเค้ามอง เราว่าเค้ามองเพราะแกมองเค้ามากกว่า แถมแกยังพูดซะเสียงดังขนาดนี้ ไม่รู้ตัวก็แย่แล้ว”


“แต่ฉันว่าใช่นะแก” และฟางก็ยังไม่เลิกสนใจอีก


และถ้าจะให้หายสงสัย คงต้องเดินไปถามกันโต้งๆ เลยเสียล่ะมั้ง


“พอเถอะน่าฟาง หันกลับมาทำการบ้านของแกต่อได้แล้ว มองมากๆ เดี๋ยวเค้าก็เดินมาต่อยหรอก”


“ไม่ต่อยหรอกน่า ฉันว่าเค้ามองเหมือนมีอะไรอยากพูดกับแกมากกว่านะ... หรือเค้าจะมาจีบแก”


ลูกตาลส่ายหัวน้อยๆ กับสมมติฐานของเพื่อน แม้ว่าสายตาของหนึ่งหนุ่มในนั้นจะจับจ้องมาเสียจนรู้สึกได้อย่างนั้นจริงๆ ก็ตามที หากแต่ลูกตาลก็เลือกที่จะจิ้มนิ้วเรียวจึ้กๆ ลงบนสมุดว่างๆ ตรงหน้าหลายต่อหลายครั้งเพื่อเรียกสติให้คนตรงหน้ากลับมาทำมันต่ออีกครั้ง


ก่อนที่จะไม่มีส่งและโดนหักคะแนนเสียเหี้ยนทั้งคู่


“...ก็ได้ๆ”


ลูกตาลส่ายหัวน้อยๆ กับเพื่อนรัก ก่อนที่จะขยับกายเปลี่ยนท่าทางเป็นเท้าคาง ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบๆ สายตาที่เคยจับจ้องมาก็ยังคงมีอยู่ หากแต่ตัวเขาก็เลือกที่จะไม่สนใจแทน ... จะเอาใจไปจดจ่อกับคนที่ยังบอกแน่ชัดไม่ได้ว่ากำลังมองอยู่ด้วยเหตุผลอะไรกันแน่ได้ยังไงกัน


“หิวน้ำจังเลยน้อ...เมื่อไหร่แกจะทำเสร็จ อยากไปหาอะไรกินแล้วนะ”


หลังจากที่นั่งรอมาพักใหญ่ เสียงหวานก็เอ่ยออกมา ใบหน้าเรียวได้รูปแนบซบลงกับท่อนแขน เงยหน้ามองเพื่อนรักที่กำลังปั่นการบ้านยิกๆ อย่างเอาเป็นเอาตายด้วยแววตาละห้อยสุดๆ


“ใกล้แล้วล่ะน่า รอเดี๋ยวสิ”


“อือๆ เร็วๆ ล่ะ”


ระหว่างที่กำลังรอคอยคำว่าเสร็จแล้วจากอีกคน ขวดน้ำแร่เย็นเฉียบที่มีไอน้ำเกาะอยู่โดยรอบอย่างเห็นได้ชัดก็วางปุลงตรงหน้า ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือที่วางมันลงทันที


แล้วก็พบว่า...เป็นหนึ่งในสองหนุ่มที่ยืนมองตนเองอยู่อีกด้านนั้นนั่นเอง


ผู้ขายตัวสูง ใส่แว่น ใบหน้านิ่งเรียบก้มลงมองแววฉงนสงสัยในดวงตากลมโตนั้น สมองที่เต็มไปด้วยรอยหยักกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อสรรหาคำตอบของคำถามที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกมาของอีกฝ่าย


แต่จนแล้วจนรอด คำที่เอ่ยออกไปได้นั้นก็เป็นแค่เพียงคำสั้นๆ อย่างเช่นคำว่า...


“น้ำ”


“???” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นทันที มีเสียงประกอบเป็นเสียงหัวเราะคิกขึ้นมาของอีกคนที่นั่งอยู่ด้วย


บางทีคำว่าน้ำอาจจะดูสั้นเกินไป...


คงต้องพูดอะไรต่ออีกสักนิด...


“น้ำ...ให้”


บ้าชะมัด...


มันไม่ได้ดูยาวขึ้นสักเท่าไหร่เลยนะเนี่ย...


ลูกตาลมองขวดน้ำแร่ตรงหน้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของคำพูดที่มีประธาน กิริยา (แม้จะมาในรูปแบบงงๆ และออกจะเข้าใจยากไปสักหน่อยก็ตามที) แต่ยังขาดกรรมของประโยคสั้นๆ เมื่อครู่อยู่ดี (แบบนี้เรียกว่าประโยคได้ไหมนะ)


คิดได้อย่างนั้นก็เลยลองถามคำถามออกไปสักหน่อย จะได้มั่นใจว่ากินได้จริงๆ ...


“ให้เราเหรอ? แต่เรา...” ขยับปากจะพูดต่อว่า ‘ไม่รู้จักกันนะ’ สักหน่อย แต่เจ้าของน้ำแร่ก็ทำเพียงแค่พูดลาออกมาสองคำสั้นๆ

อย่างเช่นคำว่า...

“ไปล่ะ”

แล้วก็เดินจากไป...อย่างรวดเร็ว

ปล่อยให้คนที่เหลืออยู่นั่งงง ซึ่งในความเป็นจริงลูกตาลอาจจะงงแค่คนเดียว เพราะฟางนั้นระเบิดหัวเราะเสียงดังอย่างไม่กลัวโดนยิงทิ้งไปแล้วเรียบร้อย ร่างน้อยเกาหัวแกร่กๆ อย่างไม่เข้าใจ พลางมองตามแผ่นหลังกว้างๆ นั้นหายลับไป สลับกับขวดน้ำแร่เย็นเจี๊ยบตรงหน้าด้วย

“อะไรของเค้าอะ”

เพื่อนรักตัวขาวที่ยังคงไหล่กระเพื่อมด้วยความขำนั้นเช็ดน้ำตาป้อยๆ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมายังไม่เคยพบเคยเห็นคนที่จีบลูกตาลได้ประหลาดและสั้นกุ๊ดดุ๊ดขนาดนี้มาก่อน... หัวเราะจนปวดท้องเลยทีเดียว “นั่นปะไรล่ะ ฉันว่าแล้วเค้ามองแกจริงๆ ด้วย ... เห็นมั้ย นี่ถ้าลงพนันกันฉันกินเรียบไปแล้ว”

“แกนี่ก็ ... ว่าแต่ว่า เค้าให้เราทำไมอะ แล้วรู้ได้ไงว่าเรากำลังอยากดื่มน้ำ”

“อาจจะได้ยินแกพูด... แล้วเค้าคงมาจีบแกจริงๆ ล่ะมั้ง”

“บ้าแล้ว” ร่างเล็กส่ายหน้าไปมา หากแต่ฟางกลับพยักหน้า มือข้างที่ว่างอยู่กำกำปั้นแล้วทุบมันลงมันฝ่ามืออีกข้างแปะๆ อย่างหนักแน่นและมั่นใจ “ไม่บ้าหรอก แน่ๆ เลย แน่ๆ เค้ามาจีบแกแน่ๆ เชื่อฉันเถอะ“

“ไม่เชื่อ รีบๆ ทำได้แล้ว อยากกลับบ้านแล้ว”

“อะไรกัน... ไม่สนุกเลย”

 

ข้างฝ่ายคนที่เพิ่งเอาน้ำแร่ไปบรรณาการเจ้าของดวงใจนั้นก็เดินหน้ามุ่ยกลับมาหาเวฟเพื่อนรักที่กำลังยืนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ที่เดิม มือหนากระชากไหล่เพื่อนให้หันกลับไปแล้วออกเดินอย่างเร่งรีบ ไม่สนใจว่าไหล่กว้างที่เขากำลังจับอยู่นี้จะกระเพื่อมขึ้นลงเพราะหัวเราะขำเขาหนักแค่ไหน

“เหี้ยเอ๊ย ปัญญาอ่อนชะมัด”

“มาก... กูเพิ่งเคยเห็นมึงจีบใครด้วยคำแค่ห้าคำ ฮ่าๆๆๆ”

“ขำมากปะ... ก็มันคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรนี่หว่า แค่เจอกูก็เขินจนลิ้นชาแล้วแม่ง” ปาล์มเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย ไม่ได้หัวเสียกับคนน่ารักคนนั้นหรอกนะ กับตัวเองนี่แหละ... อยากจะกระทืบตัวเองชะมัด ถ้าทำได้ทำไปนานแล้ว

มีอย่างที่ไหน ... พูดได้แค่นั้น เห่ยชะมัดเลย

เริ่มต้นการจีบใครด้วยคำเพียงแค่ห้าคำ ...แย่สิ้นดี

“เอาน่า ถือว่ามึงเปิดตัวได้ดี... ถึงจะพูดสั้นไปหน่อยก็เถอะ ไปๆ กลับบ้านกันเถอะ กูหิวข้าวแล้ว ฮ่าๆๆๆ”

......................................................

ออดเลิกเรียนดังนานแล้ว หากแต่ฟางและลูกตาลเพิ่งจะเดินลงมาจากอาคารเรียน เนื่องจากเป็นเวรทำความสะอาดห้อง กว่าจะปัดกวาดเช็ดถูห้องเรียนให้สะอาดเอี่ยมเรี่ยมเร้ ท้องฟ้าก็เกือบจะมืดอยู่แล้ว


ลูกตาลหอบสมุดการบ้านที่เพิ่งได้รับคืนมาพร้อมเล่มรายงานไว้ในอ้อมแขน ส่วนเพื่อนซี้ตัวยุ่งก็เดินกินอมยิ้มลงมาข้างๆ กัน และดันตาดีเหลือบไปเห็นร่างสูงๆ ที่เป็นดูโอ้ของใครบางคนยืนอยู่ด้านหน้าอาคารเรียนพลางสไลด์หน้าจอไปมายิกๆ ดวงตาเรียวรีฉายแววเจ้าเล่ห์ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อน


“แกว่าวันนี้คนนั้นจะมาอีกป้ะ?”


“คนไหน?”


“คนนั้นไง ที่พูดน้อยๆ อะ” เมื่อฟางพูดให้วงแคบลง ลูกตาลก็พยักหน้าแล้วร้องอ๋อออกมาเพื่อบ่งบอกว่าจำได้ทันที


ใครจะไปลืมล่ะ... ถึงจะพูดออกมาแค่ห้าคำก็เถอะ


“อ๋อ... ไม่รู้สิ เราเพิ่งเจอเค้าเมื่อเองนะ แถมไม่รู้จักด้วย จะไปรู้ได้ย