[SF] Music and Lyric ~

posted on 22 Jul 2012 18:20 by mrslee in Fiction
Title : Music and Lyric ~
Author : nanaO~*
Pairing : Kibum x Donghae
Rating : G~
















********* ~ Music and Lyrics ~ *********













“เฮ้ย...เชลโล่เดินได้ ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงทุ้มของคยูฮยอนที่ยืนหัวเราะร่าอยู่ข้างหน้าต่างทำให้คนที่กำลังเขียนเพลงใหม่อยู่ต้องเหลือบลงไปมอง 




เชลโล่เดินได้จริงๆด้วย...




“ไปว่าเค้า”



“ไม่ได้ว่า...ตลกอะ...น่ารักดี”



“นั่นน่ะ เค้าเรียกว่าว่าแล้ว” มือใหญ่ที่หยุดขีดเขียนตัวโน๊ตลงไปบนกระดาษ ก่อนจะเคาะปลายดินสอลงบนหน้าผากของเพื่อนเบาๆ คิบอมรวบข้าวของในมือและบนโต๊ะลงกระเป๋าจนหมด แล้วจึงเอ่ยลาเพื่อน



“ไปล่ะ...เจอกันพรุ่งนี้”



“ห้องซ้อมเรอะ”



“อือ”























ขายาวก้าวเดินช้าๆไปตามทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารเรียนสองอาคารของคณะดุริยางคศิลป์ รอบกายของเขามีคนดนตรีที่กำลังฝึกซ้อมมากมายเต็มไปหมด เป็นอาคารที่มีแต่เสียงเพลงบรรเลงอยู่ตลอดเวลาจริงๆ





คิบอมเดินผ่านห้องซ้อมเดี่ยวข้องคณะ ตาคมกวาดมองไปทั่วเพื่อหาห้องที่ว่างอยู่ มือใหญ่ผลักประตูเข้าไปเมื่อเจอเป้าหมาย หากแต่ตาคมก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเสียก่อน “อ้าว...ยังใช้อยู่เหรอครับ”






“เอ่อ...ความจริงก็เสร็จแล้วล่ะครับ แต่ขอเวลาเก็บของแป๊บนึง แหะๆ”




แก้มใสๆและหน้าหวานๆที่โผล่ออกมาจากหลังกระเป๋าเชลโล่ทำให้คิบอมต้องชะงักเล็กน้อย





น่ารัก...



น่ารักมากๆ...



น่ารักจนต้องแอบกุมหัวใจเลยล่ะ...






คนตัวเล็กที่จัดการคล้องสายกระเป๋าไว้ที่ไหล่ตัวเองเรียบร้อยโค้งให้คนมาใหม่เล็กน้อย แล้วจึงค่อยๆลากเครื่องดนตรีคู่ใจออกไปจากห้อง ปล่อยให้อีกคนยืนมองตามไปจนลับสายตา





นี่เอง...ที่คยูฮยอนมันบอก



เชลโล่เดินได้...






แต่ว่านะ...


คยูฮยอน...



เชลโล่เดินได้อะ...






โคตรน่ารักเลยว่ะ...













มือใหญ่ค่อยๆวางโน๊ตลงบนเปียโนในห้อง ปลายนิ้วเรียวกดไล่คีย์ไปเรื่อยๆ พลางนึกถึงใบหน้าหวานๆของคนเมื่อครู่... ไม่นานนัก เนื้อร้องและท่วงทำนองที่ติดขัดมาหลายวันก็เริ่มผุดขึ้นมาในจินตนาการ คิบอมอมยิ้มกับตัวเองอย่างขำๆเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังมีอาการบางอย่าง




เหมือนคน...กำลังมีความรัก





อา...ตกหลุมรักเชลโล่เดินได้ซะแล้ว


























นับตั้งแต่วันนั้น



ถือเป็นกิจวัตรประจำวันของคิมคิบอม ที่ต้องเดินมาที่ห้องซ้อมฝั่งนี้ทุกวัน...



เพียงเพื่อจะทำเป็นขอใช้ต่อ...



เพียงเพื่อจะได้แอบมองอีกคน...



เพียงเพื่อจะได้เจอกัน...



เพียงเพื่อจะได้เจอเชลโล่ที่แสนน่ารัก



เพียงเพื่อจะได้รับรอยยิ้มหวานๆนั่นเวลาที่เดินสวนกันออกจากห้องซ้อมดนตรี...



เป็นเอามากแฮะ...



คิมคิบอม...เข้าขั้นเพ้อเจ้อแล้วนะเนี่ย



ว่าแต่ว่า...คุณเชลโล่เดินได้คนนั้น



เค้าชื่ออะไรนะ...




















********* ~ Music and Lyric ~ *********



























“เป็นยังไงบ้าง ทงเฮ...เขียนได้รึยัง” 




“ทำนองน่ะใกล้เสร็จแล้วล่ะ..ซองมิน เหลือก็แต่เนื้อร้องนี่สิ...ยังคิดไม่ออกเลย” อีทงเฮโบกกระดาษในมือไปมาเบาๆ คิ้วสวยขมวดมุ่นอย่างคนคิดไม่ตก...ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว ทงเฮยังเขียนเพลงที่จะต้องส่งอาจารย์ในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้านี้ไม่เสร็จเลยซักที




“เอาน่า...เดี๋ยวมันก็เสร็จ ใจเย็นๆ”



“หาคนช่วยเหมือนซองมินดีมั้ยเนี่ย...เอกคอมโพสท์เค้าจะว่างอยู่มั้ยนะ”



“ก็น่าจะนะ เห็นคยูฮยอนบอกว่าเริ่มจะงานน้อยลงแล้ว...”



“แล้วเค้าจะช่วยเรามั้ยอะ...” หน้าหวานหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด...เพื่อนๆทั้งหลายก็อยู่แค่ที่เอกคลาสสิคเท่านั้นเพราะเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมปลาย จะไปหาใครที่ไหนมาช่วยได้ล่ะเนี่ย



“เดี๋ยวลองถามคยูฮยอนให้ดีมั้ย...เผื่อว่าเค้าจะมีเพื่อนช่วยได้บ้าง”



“ขอบคุณมากนะซองมิน”



“อื้อ...รอแป๊บ” ว่าแล้ว คนตัวอวบก็กดมือถือยุกยิกเพื่อต่อสายหาคนรัก ใช้เวลาไม่นานนักก็ได้เรื่อง 



“ทงเฮ...ได้แล้ว”



“จริงเหรอ ใครอะ”



“เค้าบอกว่า...ชื่อคิมคิบอม...เป็นเพื่อนของคยูฮยอนเอง ตอนนี้เลิกเรียนแล้ว เดี๋ยวจะมาหาที่นี่” รอยยิ้มหวานจุดประกายขึ้นทันทีที่ได้รับคำตอบจากเพื่อนรัก










รอไม่นานนัก...อีทงเฮก็ได้พบกับคนที่จะมาช่วยเขาเขียนเนื้อร้อง



คิมคิบอม...



คนคนนั้น...



คนที่เจอกันอยู่ทุกวันที่ห้องซ้อมนี่นา...



โลกนี้มันกลมจริงๆเลยแฮะ



กลม...ดิ๊กเลย









“ทงเฮ...นี่คิบอมเพื่อนคยูฮยอนที่จะมาช่วยเขียนเนื้อให้ไงล่ะ” กระต่ายอวบทำหน้าที่เป็นทูตเชื่อมสัมพันธ์ทันที คยูฮยอนยิ้มให้เพื่อนสนิทของคนรักอย่างคุ้ยเคย ส่วนอีกคนก็ยิ้มกว้างให้อย่างจริงใจทันที



“สวัสดีครับ คิบอมครับ”



“เอ่อ...ทงเฮครับ ฝากตัวด้วยนะครับ”



“ยินดีครับ...”



... อันที่จริง จะฝากใจด้วยก็ได้ครับ 



พูดออกไปก็บ้าแล้ว...



คิมคิบอม...ยังไม่พร้อมจะเป็นไอ้หน้าม่อตอนนี้หรอกนะ...







“งั้นเดี๋ยวเรากลับก่อนนะ...สองคน สู้ๆนะ” 



“อื้ม ขอบใจมากนะซองมิน คยูฮยอน กลับดีๆล่ะ”



มือเล็กโบกลาเพื่อนสองคนที่เดินเกาะเกี่ยวมือกันออกไปแล้ว ก่อนจะหันมายิ้มหวานให้อีกคนที่กำลังนั่งมองตัวเองอยู่ “เอ่อ...คิบอม ดูโน๊ตก่อนมั้ย”



“ก็ดีครับ...ถ้าจะให้ดีกว่านั้น...เล่นให้ผมฟังหน่อยได้ไหม”



“อา...ได้สิ แป๊บนะ” มือเล็กเอื้อมไปหยิบเครื่องดนตรีคู่ใจของตัวเองมาวางไว้ จัดท่าทางให้เรียบร้อยแล้วจึงเริ่มบรรเลงเพลงที่ตนเองสรรค์สร้างทำนองขึ้นมาทันที





พลิ้ว...เหมือนสายลม


เสียงเชลโล่ของอีทงเฮ...ทำให้คิมคิบอมเคลิ้มไหว


รู้สึกเหมือน...ถูกอุ้มขึ้นและล่องลอยไปไกลแสนไกล


เนิ่นนาน...จนรู้สึกเหมือนเวลาหยุดนิ่งอยู่กับที่


ฝีมือ...เฉียบขาดเหลือเกิน





เสียงดนตรีของอีทงเฮ...


มีอิทธิพลกับคิมคิบอมมากจริงๆ...






“ทงเฮ...อยากได้เพลงแนวไหนครับ”



“เราก็ไม่รู้เหมือนกัน... คิบอมว่าทำนองที่เราเขียนมันพอจะออกมาเป็นเพลงแนวไหนได้บ้างล่ะ” คนตัวน้อยเท้าคางกับมือตัวเอง ก่อนจะเอียงคอมองคนแต่งเพลงรูปหล่อตาแป๋วอย่างขอความคิดเห็น




น่ารัก...




น่ารักมาก...




น่าฟัดด้วย...




ไม่เป็นผลดีต่อจิตใจเลย...








“อืม...ทำนองมันอบอุ่นแล้วก็อ่อนโยนนะผมว่า...ควรจะเป็นเพลงรักนี่แหละครับ”


“เพลงรักเหรอ...”



“ครับ...ทำนองของทงเฮ น่าจะเขียนเพลงรัก”



“อื้อ...เพลงรักก็เพลงรัก”



















นับจากวันนั้น...



ถือเป็นเรื่องปกติ...



ที่ทุกคนในคณะจะเห็นคิมคิบอมเอกคอมโพสท์และอีทงเฮเอกคลาสสิคนั่งสุมหัวกันเป็นประจำ



ความคุ้นเคย...เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ


อาการใจเต้นของคิมคิบอม...ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ



น่าแปลก...



ที่อีทงเฮ...ก็เป็นไปด้วย



เขินอายทุกครั้ง...ที่เผลอมองสบตาคมๆคู่นั้น



รู้สึกเหมือน...ถูกดึงดูดเข้าไปในหลุมลึกที่ไม่รู้จุดสิ้นสุด







เป็นอะไรไปแล้วนะ...หัวใจ


ตกหลุมรักเขาแล้วหรือ...อีทงเฮ













“อา...ใกล้เสร็จแล้ว เย้ๆ” มือเล็กกำแน่นและโบกไปมาเหนือศีรษะตัวเอง ส่งผลให้เกิดรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลา...น่ารัก 



อีทงเฮ...น่ารัก



น่ารัก...จนเขาหลงรัก



ถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว...





“ทงเฮ..”


“หือ?”



“ไปทานข้าวกันมั้ยครับ...เย็นแล้วนะ”



“อา..เอาสิ คิบอมหิวแล้วล่ะสิ”



สองร่างช่วยกันเก็บข้าวของ ก่อนจะเดินเคียงข้างกันออกไปขึ้นรถของคิบอมเพื่อไปหาอะไรทาน เป็นความเคยชินไปเสียแล้วเพราะนับตั้งแต่ทำงานด้วยกัน ทงเฮก็ไม่ต้องขับรถเองอีกเลย มีสารถีรูปหล่อมารับส่งทุกเช้าเย็น




สบายดีเหมือนกันนะ...

























********* ~ Music and Lyrics ~ *********


























“เย้~~~ เสร็จแล้ว~~ ”



มือน้อยตบแปะๆด้วยความดีใจ ร่างน้อยกระโดดกอดคนตัวสูงที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆอย่างลืมตัว กว่าจะรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปก็นานหลายนาที แก้มเนียนแดงเห่อขึ้นมาทันทีที่ผละออกมา



“เอ่อ...ขอโทษ เราดีใจไปหน่อยน่ะ แหะๆ ”



“ดีใจด้วยครับ”



“ขอบคุณคิบอมมากเลยนะ...ถ้าไม่ได้คิบอมเราแย่แน่ๆเลย ถ้าอยากให้เราตอบแทนอะไร...บอกเราได้เลยนะ”



“ไม่ต้องหรอกครับ...ผมเต็มใจ”



“ว้า...อย่างนี้ก็แย่ดิ”



“ถ้าทงเฮอยากตอบแทนจริงๆ...ผมขอแค่สองอย่างเท่านั้นแหละครับ”



“อะไรเหรอ...บอกมาเลยๆ”



“เล่นเพลงนี้แล้วก็ร้องให้ผมฟัง...ส่วนอีกอย่างไว้ผมขออีกทีตอนเพลงจบนะครับ” คิบอมพูดยิ้มๆ หน้าใสพยักหน้าหงึกหงักตอบตกลง



“อ่าๆ...โอเคๆ” ว่าเสียงใสพร้อมทั้งจัดท่าทางให้เรียบร้อย ก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงที่ตนเองและคนข้างๆร้อยเรียงขึ้นมาทันที 






“ Aching to see the sun again.
Aching to see your eyes, to see how they shine.
They make this world a better place. 

Aching to see you smile again, 
Aching to hear you laugh and say I'm not dreamin'
When you caress my hair, your touch so warm and gentle baby
Then I can see true happiness at last... ”








ทำไมยิ่งร้อง...มันยิ่งเขินนะ


รู้สึกเหมือนตัวเองจะละลายยังไงก็ไม่รู้...


อย่ามองแบบนั้นสิ...คิมคิบอม


อีทงเฮ...เขินนะ










“ If you would be my girlfriend, 
Then I would be in heaven
Then I could do anything, I'd stand on my
head and sing if you were my girl ”







ก่อนที่ทงเฮจะระเบิดตัวเองกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยไปเสียก่อน เสียงทุ้มของคนเขียนเพลงก็ค่อยๆดังขึ้นในท่อนต่อไป พร้อมทั้งใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มลงมาใกล้จนระยะห่างเริ่มน้อยลงทุกที









“I wish I could feel your lips right now, 
Wish I could let my hand, glide through your hair
Wish I could softly hold your hand

I wish I could tell you every dream
I wish I could tell you everything that I feel, 
I wish I could tell you that I need you here to kiss me baby
If only I could get myself to say ”










และแล้ว...ระยะห่างก็หมดลง


ตากลมโตหลับพริ้มลงพอดีกับที่ริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่ายประทับลงบนกลีบปากบางคนตัวเอง...จุมพิตแผ่วเบาเหมือนขนนก แต่ให้ความรู้สึกหวานล้ำไปถึงหัวใจ








“ทงเฮ...”


“...”




“พร้อมจะตอบแทนผมรึยังครับ ? ”



“...” ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ...ตอนนี้นักดนตรีคนเก่งกำลังกอดเชลโล่คู่ใจไว้แน่นเหมือนจะใช้มันเป็นเกราะกำบังความร้อนแรงจากคนตรงหน้า




ไม่กล้าเงยหน้า...


ไม่กล้าสบตา...


ไม่กล้าขยับตัวด้วยซ้ำ





“ทงเฮ...”


“...อะ..อะไรเหรอ”




“ผมชอบทงเฮ...เป็นแฟนกับผมนะครับ...”




“...”



“ไม่ตอบ...ผมถือว่าตกลงนะ”


“...”



“โอเค...ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทงเฮเป็นแฟนผม...อีทงเฮเป็นแฟนกับคิมคิบอมแล้วนะ”



ขี้โกง...



มัดมือชกชัดๆ...


แต่ทำไม...ไม่ขัดขืนล่ะ


นี่คงเป็น...การมัดมือชกที่คนโดนมัดเต็มใจยื่นมือให้แต่โดยดีล่ะมั้ง





อีทงเฮ...มีแฟนแล้ว


อีทงเฮ...เป็นแฟนคิมคิบอมแล้วนะ...



แหะๆ...เขินจัง












Then I could do anything, I'd stand on my

head and sing if you were my girl
























********* ~ Music and Lyrics ~ *********

























“ซองมินๆ ดูนั่นๆ”



“อะไร...คยูฮยอน ร้องซะเสียงดังเลย”



“นั่นๆ นั่นไงๆ”



“อะไรเล่า..นั่นๆอยู่ได้”



“เชลโล่เดินได้...”



“แล้วยังไง...”



“เชลโล่เดินได้...มีคนจูงแล้วล่ะ”



“ดีจัง...เชลโล่เดินได้...เจอเนื้อคู่ซะทีเนอะ”



















The end…


Comment

Comment:

Tweet

เชลโล่เดินได้!!!!! (เห็นภาพเลย!)
น่ารักนะคะไรเตอร์...คิดได้ไง??
สุดท้ายเชลโล่เดินได้ก็มีคนจูง...เดินไปข้างหน้า
เดินไปพร้อมๆ กัน (อิจฉา)
เรื่องน่ารักจังเลยคะ อ่านไปยิ้มไป มีความสุข
ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้... สู้ๆ ค่า!!!



#2 By PrinZ (103.7.57.18|125.24.227.194) on 2012-07-26 14:31

โอ๊ยยยย น่ารัก แชลโลเดินได้มีคนจูงซะที
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
น่ารักอ่ะ เป็นฟิกที่อ่านแล้วสบายๆ ยิ้มได้ และเขินได้ด้วยย
ชอบค่ะ เป็นกำลังใจให้น๊าาา ^^

#1 By โลกใบใหญ่ (103.7.57.18|113.53.76.170) on 2012-07-24 19:26