[SF] My Bloody Valentine [KiHae]

posted on 14 Feb 2012 00:39 by mrslee in Fiction

 

[SF] My Bloody Valentine ~ ♥

 

 

 

  

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บรรยากาศแบบนี้ ...น่านอนชะมัด

 

คิมคิบอม สารวัตรหนุ่มจากหน่วยปราบปรามของกรมตำรวจเกาหลีคิดขึ้นพลางพ่นควันบุหรี่ให้ออกมาลอยอ้อยอิ่งอยู่ที่อากาศแทนที่จะเป็นปอดของตนเอง ไฟแดงๆ ที่สว่างวาบขึ้นทุกครั้งยามที่ชายหนุ่มอัดนิโคตินเข้าไปในร่างกาย จวบจนกระทั่งหมดมวนถึงได้โยนมันทิ้งบนพื้นและใช้ปลายเท้าขยี้ให้มันดับเสีย

 

คนที่ไหน...เค้าต้องทำงานกันคืนก่อนวาเลนไทน์แบบนี้นะ

 

น่าเบื่อสิ้นดี

 

 

 

 “สารวัตรครับ เหมือนจะมีความเคลื่อนไหวแล้วล่ะครับ สายเรารายงานเข้ามาแล้ว”

 

“อืม ว่ามา”

 

“งานนี้ อีแทบินไม่ลงมือเองครับ เหมือนจะส่งลูกชายมาเจรจากับคู่ค้าจากจีนแทน ที่โกดังร้างริมท่าเรือเก่าเวลาเที่ยงคืนครับ”

 

 

 

ลูกชาย อย่างนั้นเหรอ

 

หรือว่าจะเป็น...

 

 

 

“เดี๋ยวเราแยกกำลังเป็นสองส่วนนะ ส่วนหนึ่งไปกับผู้หมวด แล้วอีกส่วนมากับผม...เราจะจับคนร้ายค้าอาวุธเถื่อนรายใหญ่กัน”

 

“ครับ!!”

 

 

 

 

จวนได้เวลานัดหมายของคนร้าย คิบอมก็นำกำลังของตนเข้าซุ่มรออยู่ด้านนอกอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งมองเห็นรถยนตร์สีดำสนิทคันหรูหลายต่อหลายคันแล่นเข้ามาจอด ผู้ชายร่างสูงท่าทางโหดเหี้ยมหลายคนเดินลงมากระจายกำลังกันอยู่รอบๆ ก่อนที่คนที่นั่งมาในลีมูซีนคันโตจะเดินลงมาบ้าง

 

 

ร่างเล็กบอบบางในชุดสูทสีดำสนิทเช่นเดียวกับผมบนศีรษะนั้นที่เขาจำได้ว่ามันนุ่มมือเพียงใดยามที่ได้สัมผัส สีที่ตัดกับผิวขาวราวหิมะทำให้ร่างเล็กนั้นดูบอบบางและสว่างไสวมากขึ้นไปอีกหลายต่อหลายเท่า กลีบปากอิ่มสีสดที่คิบอมจำได้ดีว่ามันให้ความรู้สึกดีมากเหลือเกินยามที่ได้แตะต้องและแนบริมฝีปากของตนเองลงไป กระทั่งดวงตากลมโตที่เคยมีชีวิตชีวาและสดใสเป็นประกายอยู่เสมอ แม้บัดนี้จะขุ่นมัวและโหดเหี้ยมมากขึ้นก็ตาม

 

 

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีต่อกี่ปี

 

คิบอมก็ยังจำได้ดี...จำได้ดีทุกอย่าง

 

ทุกอย่างที่เป็น...อีทงเฮ

 

อดีตคนรัก ของตนเอง

 

 

 

 

 

“สารวัตรครับ จะทำอย่างไรต่อครับ?”

 

“รอคู่ค้าก่อน เราจะจับมันพร้อมกันกับหลักฐาน” สารวัตรหนุ่มเอ่ยตอบผู้ใต้บังคับบัญชาที่เข้ามาถาม อีกฝ่ายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะสื่อสารผ่านวิทยุเคลื่อนที่และภาษากายไปยังผู้อื่นต่อไป 

 

รอเพียงไม่นาน รถยนตร์สีดำไม่ต่างจากกลุ่มแรกก็เข้ามาจอด และก็เป็นไปตามแพทเทิร์นเดิมๆ ที่ทุกคนจะต้องลงมาก่อนพร้อมทั้งเปิดประตูให้นายของตนลงมา นายตำรวจหนุ่มมองเห็นว่าทั้งสองฝ่ายจับมือกันเพื่อทักทายแต่ดูเหมือนว่าสายตาของคนที่มาทีหลังจะดูแปลกประหลาดไปหน่อยยามที่ได้มองคู่ค้าตัวเล็กก็ตามทีเถอะ

 

 

ไอ้หมอนั่น...กล้าดียังไงมามองทงเฮของเขาแบบนั้น

 

อา...พลาดไปเสียแล้ว

 

อีทงเฮ ยังเป็นของคิมคิบอมอยู่เสียเมื่อไหร่กัน...

 

 

“สารวัตรครับ มันส่งของกันแล้วครับ” เสียงกระซิบที่ดังขึ้นปลุกให้ตื่นจากภวังค์ คิบอมพยักหน้ารับพร้อมทั้งเอ่ยคำสั่งออกไปทันที “อืม บุกเลย”

 

 

ปัง! ปัง! ปัง!

 

 

“บ้าเอ๊ย!!”

 

ทงเฮสบถออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินเสียงปืนที่ดังขึ้นรอบกาย นึกรู้ได้ทันทีว่าการซื้อขายครั้งนี้ไม่เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว มือบางควักปืนที่ตนเองพกไว้ขึ้นมาพร้อมทั้งวิ่งหลบห่ากระสุนที่มาจากทุกทิศทาง กระสุนพุ่งทะลุร่างของลูกน้องเขาไปหลายต่อหลายคนจนเกิดพลัดหลงกับไอ้พวกที่ต้องทำหน้าที่คุ้มกันเขาไว้ไปคนละทิศละทาง

 

ร่างเล็กวิ่งเข้าไปหลบด้านในโกดังในส่วนที่ลึกเข้าไป ระหว่างทางก็พยายามยิงสะกัดเพื่อให้บางส่วนเก็บเอาอาวุธกลับไปยังแหล่งกบดานก่อน อย่างน้อยก็ขอให้ของไม่เสียหายไปก็ยังดี  เหนี่ยวไกไปจนหมดแม็ก มือบางถึงได้หยุดพักเพื่อเปลี่ยนกระสุนใส่กลับเข้าไปใหม่ พยายามยิงต่อสู้กับตำรวจมากมายที่ก็สาดกระสุนกลับคืนมาเช่นกันอย่างไม่ลดละ

 

 

ไม่บอกก็รู้ เกลือเป็นหนอนแน่ๆ

อย่าให้รู้นะว่าใคร...

 

 

“มอบตัวซะเถอะ พวกแกหนีไม่พ้นหรอก”

 

เสียงที่ดังฝ่าเสียงลูกปืนมาทำให้มือที่กำลังจะเหนี่ยวไกหยุดชะงัก เสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยนี้ ทงเฮยังคงจำมันได้ดี ... จำได้ไม่เคยลืม

 

ใครจะไปลืมรักครั้งแรกของตัวเองได้กันล่ะ

 

 

ใช่มั้ย...คิมคิบอม

 

 

 

“ถอยออกไปซะ นี่ไม่เกี่ยวกับตำรวจ”

 

“ไม่เกี่ยวได้ยังไงกัน ในเมื่อมันเป็นเรื่องผิดกฎหมายนะ!! นายมอบตัวซะเถอะ”

 

“หึ คิดว่าจะจับฉันได้ก็ลองดูสิ” นิ้วเรียวเหนนี่ยวไกอีกครั้ง กระสุนพุ่งไปเฉี่ยวต้นแขนและสีข้างของสารวัตรหนุ่มอย่างแม่นยำเพราะกะไว้ว่าแค่จะขู่เท่านั้น ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปด้านในลึกเข้าไปอีกตามลำพัง

 

“อีทงเฮ!!!”

 

คิบอมหยุดชะงักเพราะบาดแผลเริ่มสร้างความเจ็บปวดให้ มือหนาฉีดเสื้อคลุมเนื้อบางที่ติดมือมาด้วยจากไหน็ไม่ทราบให้ขาดออกจากกันและพันมันเอาไว้ตรงบาดแผลเพื่อห้ามเลือด ก่อนจะวิ่งตามร่างเล็กที่มีพิษสงรอบด้านนั้นเข้าไปด้านในตามที่ตนเองมองเห็น

 

 

ตามมาจนได้สินะ...

 

ผลัดกันหลบผลัดยิงจนกระสุนหมด ทั้งสองร่างจึงได้มายืนประจันหน้ากันอยู่ที่ห้องเล็กที่อยู่ลึกที่สุดของโกดังร้าง ทั้งห้องมีเพียงโต๊ะไม้เก่าๆ แค่เพียงตัวเดียวเท่านั้นเป็นเครื่องประดับ ปืนสีดำที่ไร้กระสุนยังคงถูกใช้จ่อไปยังอีกฝ่ายแม้มันจะไม่มีประโยชน์ก็ตาม

 

 

“เจอกันอีกแล้วนะทงเฮ”

 

 

“คิดว่าอยากเจอหรือไง?”

 

 

“ทำไมถึงไม่อยากเจอกันซะแล้วล่ะ...อ้อ แฮปปี้วาเลนไทน์นะ”

 

 

“ขอบใจ แต่มันไม่จำเป็น” เสียงหวานกระแทกเข้าใส่อย่างไม่แยแส ก่อนที่เจ้าของร่างจะพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วเพื่อประเคนอาวุธที่ทำจากร่างกายของตนใส่เขาแทน หมัดเล็กๆ กระแทกเข้าที่ปลายคางจนมึนไปหมดหลังจากที่ขาเรียวเตะให้กระบอกปืนหลุดจากมือไปแล้ว ไม่นับเข่าและศอกอีกหลายต่อหลายชุดที่ประเคนใส่แทบไม่ยั้ง

 

 

คิบอมพยายามปัดป้องและตอบโต้กลับไปแค่เท่าที่จำเป็นเพราะอยากจะจับอีกคนให้ได้ทั้งเป็นๆ มากกว่าการทำให้ไร้ลมหายใจ อีกอย่างเขาทำใจทำร้ายอดีตคนรักของตนเองไม่ได้หรอกนะ

 

 

แถมยังเป็น อดีตคนรัก...ที่ยังรักหมดใจเสียด้วย

 

ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย...

 

 

 

แต่สุดท้ายแล้ว พระเจ้าก็คงเข้าข้างคิมคิบอมอยู่บ้าง เมื่อรู้สึกได้ว่าพลังของการเตะต่อยทั้งหลายนั้นเริ่มจะถดถอยลงไป ใบหน้าหวานแดงระเรื่อและหอบหายใจหนักขึ้นอย่างเหนื่อยล้าเต็มทน สุดท้าย สารวัตรหนุ่มรูปหล่อก็สามารถพลิกกลับมาเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าและรั้งร่างบอบบางเข้ามาในอ้อมกอดจนได้

 

 

“สู้กันไปทำไมเหรอทงเฮ ทำไมถึงไม่ยอมกันดีๆ”

 

“ไม่!! ใครจะไปยอมศัตรูกัน!!”

 

 

 

อา..คิดถึงจัง

 

หน้าตาแบบนี้ เสียงแบบนี้ กลิ่นหอมแบบนี้

 

ร่างกายที่นุ่มนิ่มชวนสัมผัสแบบนี้

 

คิดถึงจังเลย...

 

 

 

 

“เรากลายเป็นศัตรูกันตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอทงเฮ”

 

 

“ก็ตั้งแต่ที่นายเลือกอาชีพตำรวจบ้าบออะไรนั่นของนายมากกว่าฉันไงล่ะ!!!”

 

 

“เหอะ...พูดเหมือนตัวนายกำลังเลือกฉันมากกว่าแก๊งค์ค้าอาวุธของนายอย่างนั้นแหละ เจ้าหญิงของฉัน”

 

 

“อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะ!!! ไม่มีเจ้าหญิงงี่เง่าอะไรนั่นอีกต่อไปแล้ว”

 

 

คนในอ้อมกอดว่าอย่างแง่งอน ใบหน้าหวานสะบัดหนีไปราวกับโกรธเคืองเต็มที่ หากแต่ปลายนิ้วแข็งๆ ก็เอื้อมขึ้นเชยคางมนให้หันกลับมาสบตาอีกครั้ง

 

 

“ทงเฮ...เจ้าหญิงของฉัน”

 

 

ปลายจมูกโด่งขยับเข้าใกล้พลางเกลี่ยไปมากับจมูกรั้นของคนตัวเล็กในอ้อมกอด รอยยิ้มอ่อนโยนกระจายทั่วใบหน้าหล่อเหลาจนคนที่มองเห็นตาพร่า หัวใจดวงเล็กในอกกำลังเต้นกระหน่ำจนเสียงดังราวกับกลองศึกจนน่าหวาดกลัวว่าอีกคนจะได้ยินมัน ชั่วขณะที่สติสัมปชัญญะวูบหายไปไม่สมกับการเป็นทายาทมาเฟียใหญ่ของเกาหลีเลยแม้แต่น้อย ยามที่ริมฝีปากอิ่มได้รูปนั้นกดประทับลงบนกลีบปากของตนเองช้าๆ

 

 

แรงดูดดึงเบาๆ ที่ได้รับทำให้หัวใจอบอุ่นและสั่นไหว จุมพิตอ่อนโยนที่เคยได้รับเมื่อนานมาแล้วกำลังทำให้คนตัวน้อยหลอมละลาย ลิ้นร้อนแทรกสอดเข้าไปด้านในเพื่อเก็บความหวานล้ำที่คิบอมรู้ดีว่ามันหวานชวนให้หลงใหลมากแค่ไหน หยอกเย้าอยู่นานกว่าที่อีกคนจะยอมส่งลิ้นเล็กที่แสนคุ้นเคยมาเกาะเกี่ยวพันเข้าด้วยกันอย่างเร่าร้อน

 

 

“อืม...คิบอม”

 

 

แขนเรียวข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง รั้งให้อีกฝ่ายลงมาแนบชิดมากขึ้น ไม่ต่างอะไรกับสองแขนหนาที่เกาะเกี่ยวร่างบอบบางให้เข้ามาแนบชิดจนแม้อากาศก็ผ่านไปไม่ได้ บางทีนี่อาจจะเป็นการฉลองวาเลนไทน์ที่ค่อนข้างจะเยี่ยมยอดกว่าเดิมก็ได้ (ถ้าหากว่าไม่นับรอยแผลที่โดนกระสุนถากไปจนได้เลือดเยอะแยะแบบนี้ล่ะก็นะ)

 

 

หากแต่แมวดื้อ ยังไงก็ยังดื้ออยู่วันยังค่ำ  

 

 

ปลายมีดคมกริบกรีดลงบนผิวลำคอเหนือชุดเครื่องแบบอันทรงเกียรติอย่างรวดเร็ว ความเจ็บแสบจากบาดแผลตื้นๆ ทำให้เจ้าของร่างสะดุ้งเฮือกและผละออกมาด้วยความงุนงง อาวุธวาววับในมือคนตัวเล็กบอกได้ดีว่าแผลที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือใคร “ทงเฮ!!”

 

 

“ประมาทเกินไปหน่อยล่ะมั้ง คุณสารวัตรคิม”

 

“ร้ายกาจนักนะ เจ้าหญิงของฉัน”

 

“บอกแล้วไง ว่ามันไม่มีเจ้าหญิงงี่เง่าอะไรนั่นอีกแล้ว ที่นี่น่ะ...มีแค่อีทงเฮเท่านั้นแหละ”

 

“ก็ได้ อีทงเฮ...ของฉัน”

 

 

เมื่อไม่เห็นว่าจะต้องมีความอ่อนโยนใดๆ มือหนาจึงกระชากร่างเล็กที่ยังคงมองหยาดเลือดบนปลายมีดด้วยความภาคภูมิใจเสียนักหนา ทั้งที่รอยกระสุนเฉี่ยวแขนและสีข้างของเขาจนต้องเอาเสื้อคลุมที่ติดมาด้วยฉีกออกแล้วพันไว้เพื่อห้ามเลือดนั่นก็เป็นฝีมือของเจ้าตัวแท้ๆ เข้าสู่อ้อมกอด และบดขยี้ริมฝีปากลงกับกลีบปากบางอย่างเร่าร้อนไร้ความปราณี

 

 

น่าภูมิใจอะไรนักหนานะ กับอีแค่ทำให้เขาเลือดออกได้

 

 

“ดูจะภูมิใจเหลือเกินนะ”

 

“แหงล่ะ ทำให้ศัตรูหลังเลือดได้น่ะ ถือเป็นเรื่องดีจะตายไป”

 

“เหรอ งั้นแลกกัน”

 

“...”

 

 

 

“นายจะทำให้ฉันเลือดออกจนหมดตัวก็ได้ ... แลกกับเสียงร้องครางหวานๆ ใกล้ๆ หูฉันก็พอ”

 

 

 

สิ้นคำ คิบอมก็จัดการจับลูกแมวดื้อด้านกระแทกเข้ากับผนังปูนเก่าๆ ใกล้ตัว ริมฝีปากอิ่มตามเข้าไปรุกรานจนเรียวปากสีสวยเผยอขึ้นตอบรับเกลียวลิ้นที่ซอกซอนเข้าหาความหวานภายใน ทงเฮส่งลิ้นเล็กของตนเองออกมาเกี่ยวกระหวัดพันกันจนแทบแยกไม่ออกว่าลิ้นไหนเป็นของใคร

 

 

“อืม...คิบอม”

 

“...”

 

เสียงจุ๊บจั๊บดังขึ้นยามที่เปลี่ยนองศาแห่งหฤหรรษ์ในเพศรสดังขึ้นชวนให้รู้สึกจั๊กจี้ ฝ่ามืออุ่นร้อนลูบไล้ไปทั่วร่างเล็ก ปลายนิ้วแกร่งขยับรูดเท็คไทอันแสนเกะกะออกจากลำคอระหง ตามด้วยการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดที่อยู่ด้านในชุดสูทสีดำสนิทเนื้อดีให้แยกออกจากกันอย่างไม่ใยดี

 

ใบหน้าหล่อเหลาละออกจากกลีบปากอิ่มเข้าซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น ปลายลิ้นร้อนเก็บเกี่ยวดูดดุนเอาความหวานจากผิวเนื้ออุ่นมาเชยชิมอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงครึมครางผะแผ่วกระตุ้นอารมณ์ที่ดังขึ้นชิดหู กลีบกุหลาบพร่างพรมไปทั่วผิวบาง ขณะเดียวกับที่มือร้อนปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ขวางทางระหว่างเนื้อแท้ให้หลุดร่วงลงไปกองที่พื้น

 

“อื้อ อ๊ะ ...”

 

ปลายลิ้นเกาะเกี่ยวเข้ากับยอดอกสีสวยที่ชูชันล่อตาอยู่ไม่ห่าง เสียงครางหวีดหวิวที่ดังขึ้นทำให้คนรุกรานย่ามใจจนต้องมอบความสุขให้และตักตวงกลับคืนมาต่อกับอีกข้าง เล็บสั้นจิกทึ้งลงบนไหล่แกร่ง พลางขยับดึงทึ้งให้เครื่องแบบตำรวจหลุดออกจากกายหนาไปเช่นกัน

 

“อา..อย่างนั้นแหละ อื้อ...”

 

“อ...อา ทงเฮ”

 

จนกระทั่งผิวเนื้ออุ่นร้อนได้สัมผัสเสียดสีกัน ความร้อนแรงก็เพิ่มขึ้นทบเท่าทวี ขาเรียวเกี่ยวเข้ากับบั้นเอวหนายามที่อีกคนแทรกกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทงเฮกรีดร้องอย่างพึงใจพร้อมทั้งขยับร่างกายรับการกระแทกร่างเข้าออกด้วยจังหวะที่แสนจะเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใส่ใจว่าจะไปกระทบโดนบาดแผลที่ตนเองทำไว้จนเลือดไหลทะลักออกมาอีกรอบหรือไม่ เพราะแผลที่ลำคอก็อาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน และไหลหยดลงมาตามมัดกล้ามแสนทรงเสน่ห์เช่นกัน

 

“อ๊า อื้อ... แรงอีกสิ... อื้ออออ”

 

“ทงเฮ ทงเฮ...”

 

 

 

น่ามองเป็นที่สุด

 

 

ลิ้นเล็กแลบเลียหยดเลือดที่กำลังไหลลงมาที่แผ่นอก รสชาติคาวคลุ้งปนเปกับความเค็มของหยาดเหงื่อที่ร่างกายขับออกมาเพราะความร้อนในร่างกายห้ความหวานปะแล่มจนอยากเชยชิมอีกรอบ ร่างเล็กรั้งตัวของตนเองให้ขยับขึ้นไปจนอยู่ในระดับเดียวลำคอของผู้ที่ยืนอยู่ ลิ้นเล็กแลบเลียลงบนบาดแผลราวกับต้องการจะทำความสะอาดให้

 

 

“นายนี่...โรคจิตชะมัด  อา”

 

“อา...ใช่ที่ไหนกัน ฉันทำความ อ๊ะ... สะอาดให้ต่างหากล่ะ อ๊า อื้อออ”

 

 

แม้ว่าด้านล่างจะถูกรุกรานอย่างหนักหน่วง หากแต่ด้านบน อีทงเฮก็กำลังรุกไล่กวาดต้อนลิ้นหนาในโพรงปากอุ่นให้กลับมาเกี่ยวกระหวัดกันอีกครั้ง เสียงหอบหนักๆ ดังไปทั่วอาคารเก่าซอมซ่อที่ทั้งสองคนติดอยู่ด้วยกันแห่งนี้ สะท้อนกลับไปมาจนหัวหมุนไปหมด

 

 

“อา คิบอม...อ๊ะ อื้อ...อีกนิด”

 

“ทงเฮ อา ...”

 

“คิบอม อ๊ะ อ๊า ...อื้อ คิบอม คิบอม...อ๊า~~~”

 

“อา...”

 

หยาดหยดที่อาบเลอะบนหน้าท้องแกร่งและแผ่นท้องแบนราบบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าอีทงเฮหลงใหลในบทรักครั้งนี้มากเพียงใด ไม่ต่างกับนายตำรวจหนุ่มที่ก็ปลดปล่อยหยาดหยดเข้าสู่กายบางจนหมดสิ้น สองร่างยังคงตระกองกอดกันเอาไว้ท่ามกลางเสียงหอบหายใจและการบีบรัดของโพรงอุ่น กระตุ้นให้อารมณ์ใคร่พุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

 

อีกครั้ง...

 

 

และอีกครั้ง...

 

 

 

 

 

 

 

 

..................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงการจราจรในยามเช้าที่เริ่มวุ่นวายอีกครั้งปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลอยู่ในนิทราขยับเปิดเปลือกตาบอบบางขึ้นมารับแสงอรุณ ทงเฮชันกายขึ้นจากอกอุ่นที่ซุกซบมาตลอดทั้งคืน ปลายนิ้วเรียวไล้ไปบนใบหน้าหล่อเหลาที่หลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งจากการสูญเสียเลือดจากบาดแผล และเสียเหงื่อจากกิจกรรมอันแสนหฤหรรษ์เมื่อคืนนี้

 

 

“คิบอม...”

 

 

แววตาที่มองมารักใคร่จนไม่อาจวัดได้ว่ามากมายเพียงใด เส้นทางเดินของชีวิตที่แตกต่างกันอาจจะทำให้คิบอมและทงเฮเป็นดังเส้นขนานที่ไม่อาจเดินมาบรรจบกันได้อีก แม้ว่ามันจะเคยมาทับซ้อนและร่วมเป็นเส้นทางเดียวกันครั้งหนึ่งแล้วก็ตามที

 

 

ไม่มีวัน จะได้เดินร่วมกันอีกต่อไปแล้ว

 

 

แตกต่างกันมากเหลือเกิน

 

 

 

 

ทายาทหนึ่งเดียวของมาเฟียใหญ่ลุกขึ้นแต่งตัวให้เรียบร้อย มือเรียวกดโทรศัพท์เพื่อโทร.ออกไปยังสถานีตำรวจที่ใกลล้นี้ รายงานไปว่ามีตำรวจหนุ่มจากกองปราบนอนสลบไสลอยู่เพราะพิษไข้ ก่อนจะกดวางและโทร.ออกอีกสายไปยังลูกน้องของตนให้มารับ ณ จุดเดิม เสร็จธุระทั้งหมดแล้วจึงจัดการหักโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับให้หักออกจากกันเป็นสองท่อนจนไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป

 

 

ทงเฮนั่งลงเคียงข้างร่างสูงที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ ในห้องเล็กๆ นั้นอีกครั้ง ก่อนที่จุมพิตอ่อนโยนจากเจ้าหญิงน้อยจะประทับลงบนกลีบปากอิ่มของคนที่ยังหลับใหลอยู่นิ่งนาน ราวกับต้องการซึมซับความอ่อนหวานที่เกิดขึ้นนี้ เอาไว้ใช้หล่อเลี้ยงหัวใจในยามที่ต้องพบเจอกับความเจ็บปวด ในเส้นทางชีวิตที่มืดมนนั้นเพียงลำพัง

 

 

 

แม้เราทั้งสองคนจะเป็นเส้นขนานที่ไม่อาจจะบรรจบกันได้อีก

 

แต่กระนั้น...อีทงเฮก็ยังหวัง

 

ว่าเราสองคน จะเป็นเส้นขนานสองเส้น ที่ทอดยาวไปด้วยกันเช่นนี้

 

ตลอดไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ลาก่อนนะคิบอม”

 

 

“...”

 

 

“วาเลนไทน์ปีหน้า...ค่อยพบกันใหม่นะ”

 

 

“...”

 

 

 

“แฮปปี้วาเลนไทน์...เจ้าชายของฉัน”

 

 

 

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
*******************************************************
nanaO~*'s Talk :: พล็อตมันโผล่ขึ้นมาตอนกำลังนั่งดู CSI
(NY ภาค 4 นะ แฟล็คหล่อมาก *ไม่เกี่ยว*)
แล้วอยู่ๆ ก็อยากจะให้เป็นแบบนี้ซะงั้น
แถมเขียนจากตอนจบขึ้นมาด้วยเพราะในหัวมีแต่ฉากปะทะกัน
 
ฮรื่ออออ... หวังว่าคงจะชอบนะคะ 
 
ปอลิง...ถึงเค้าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน 
ไม่ได้หมายความว่า "เค้าไม่ได้รักกัน" นะคะ ^^ 
 
Happy Valentine ค่ะทุกคน ~ :)) 

edit @ 14 Feb 2012 01:15:18 by คุณนายลี

edit @ 14 Feb 2012 01:17:49 by คุณนายลี

edit @ 14 Mar 2012 06:37:58 by คุณนายลี

Comment

Comment:

Tweet

โธ่... ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันเเต่พวกเขาก็ยังรักกัน 

#5 By Mook fishyfishy on 2013-03-13 22:22

ฮื้อออออออออออออออ ชอบบบบบบบบบบบบ
ชอบพล็อตฟิคอะไรแบบนี้ แอร๊ววว =////=

เหมือนจะแข็งแกร่งแต่อ่อนโยน
อีกคนก็เหมือนจะแข็งกร้าว เหมือนจะขัดขืนแต่กลับอ่อนยวบพอเจอคิบอม แอร๊ยยยย =////////////=

ถึงแม้จะรักแต่ก็ยิงถากไปทีนึง แม้จะรักแต่ก็ปาดคอพอฉึบนึง 555555
ส่วนคิบอมนี่ดูจะรักทงเฮอย่างมากเลย TT
โอ๊ยย จะบอกไงดีชอบมากๆ~

ถึงแม้ว่าตอนจบมันจะเศร้าก็ตาม แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างเรื่องอื่นๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้รักกันนี่เนาะ ><

ฮื้ออออ
ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ~
ถ้าแต่งแนวนี้มาอีกบอกเรานะ เราชอบมาก ก๊ากกก >..<

#4 By GumPun on 2012-03-31 16:36

ซึ้งมากเลยค่ะ
หวานมากและก็ซึ้งกินใจสุดๆเลย
ฮือออ หวาน ๆ แบบต้องโหยหา เพราะว่า "รัก" แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

ฉากบู๊ระทึก ทำเอาตื่นเต้น
ทงเฮก็สมเป็นทายาทนะคะ แม้จะเป็นคนรักเก่า
แต่ตามหน้าที่ก็ยังยิง .. ขู่ ^ ^
พอเจอนัวเนียประชิดติดตัว หัวใจก็เลยอ่อนลง
น่าเสียดายที่รัก แต่ต่างมีเส้นทางชีวิต ทีเป็นเส้นขนาน
ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ในทุกคืน ทุกวัน
แต่เค้าก็ "รักกัน" นะ

#2 By ~sand~ on 2012-02-14 09:36

ชอบตรงนี้ที่สุดเรย ถึงเค้าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้หมายความว่า \\\\\\\\\\\\\\\"เค้าไม่ได้รักกัน\\\\\\\\\\\\\\\" คิเฮ forever

#1 By มะลิ (110.49.250.93) on 2012-02-14 05:06