Title : ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว…  ~*
Author : nanaO~* 
Pairing : Tao x Kacha [AF8]
Rating : G ~ 
Note : กี่ตอนจบก็ไม่รู้่~ 
Note II : ตัวเล็ก กับ ตัวโต ~ :)  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

“ฮึก...ฮือ”

 

 

เสียงร่ำไห้ของเด็กน้อยที่ดังมาจากด้านหลังพุ่มไม้ ทำให้ร่างสูงโปร่งที่กำลังวิ่งตามลูกฟุตบอลอยู่ต้องหยุดชะงัก ใบหน้าคมคายเหลียวซ้ายแลขวามองหาต้นตอของเสียง แล้วก็พบร่างเล็กที่นั่งกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ไม่ไกลนัก เห็นอย่างนั้นความมีน้ำใจที่เป็นคุณสมบัติของลูกเสือสามัญก็ทำให้เดินเข้าไปหาร้อมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆทันที

 

 

 

“เป็นอะไรรึเปล่า” คนมีน้ำใจมองเห็นร่างเล็กที่ขดตัวอยู่สะดุ้งเฮือก ก่อนจะเอ่ยตอบเบาๆแม้จะยังไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตากันแม้แต่น้อย “ไอ...ไอติม...”

 

 

 

“ไอติมทำไม...เย็นเหรอ?”

 

 

 

“ไอติมมันก็ต้องเย็นดิ...ฮึก โง่หนิ”

 

 

 

อื้อหือ...ปาก

 

ไม่ช่วยซะดีมั้ย...

 

 

 

“ก็รู้แล้วว่าเย็น แค่ถามเฉยๆ...เข้าใจมั้ย ตกลงว่าเป็นอะไร”

 

 

 

“มัน...มันหล่น”

 

 

 

“อ้าว...ไอติมหล่นแล้วก็ร้องไห้เงี้ยเหรอ...”

 

 

 

“อือ...ก็เสียใจอะ ไม่อยากให้มันหล่น...ฮึก”

 

 

 

“แต่มันก็หล่นไปแล้วไง”

 

 

 

“ก็รู้แล้วไง...ฮึก ไม่ได้ตาบอดซักหน่อย”

 

 

 

เกิดความรู้สึกอยากตบกะบาลคนเป็นครั้งที่สอง...

 

 

ถ้าไม่ติดว่าไอ่เปี๊ยกนี่ยังร้องห่มร้องไห้อยู่ล่ะก็ บางทีเขาอาจจะแอบเบิ๊ดกะโหลกไอ่เด็กนี่แล้ววิ่งหนีไปซะ โทษฐานปากดีจนน่าทำร้ายร่างกายเหลือเกิน

 

 

แต่ไม่เอาหรอก...

 

 

พ่อสอนว่า...อย่ารังแกคนที่อ่อนแอกว่า

 

 

เป็นไง...เต๋าหล่อล่ะสิ ฮี่ๆๆๆๆ

 

 

 

“งั้นเดี๋ยวพาไปซื้อใหม่”

 

 

 

“ไม่มีตังแล้ว”

 

 

 

“เดี๋ยวซื้อให้”

 

 

 

“แม่ไม่ให้รับของจากคนแปลกหน้า...ไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้าด้วย”

 

 

 

“...”

 

 

 

แล้ว...ที่คุยกันมาทั้งหมดนั่นล่ะ

 

เค้าเรียกว่าอะไร...(วะ?)

 

 

มือขาวยกขึ้นเกาหัวตัวเองอย่างจนปัญญา จะเอายังไงกับมันดีวะ ข้อแม้ในชีวิตมันดูเยอะเหลือเกิน นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่เอา อันนั้นก็แม่ห้าม อันโน้นก็ไม่ดี... ปวดหัวเหลือเกิน

 

 

 

“ชื่อเต๋า...ชื่ออะไรอะ”

 

 

 

“แม่ไม่ให้คชาบอกชื่อกับคนแปลกหน้า”

 

 

 

อ่อ...ชื่อคชา

 

ไม่รู้ทำไม แต่เขารู้สึกเพลียกับไอ้ตัวเล็กนี่เหลือเกิน...

 

 

 

 

“ชื่อคชาใช่มั้ย...ทีนี้รู้จักชื่อกันแล้ว ก็ไม่แปลกหน้าแล้ว ไปเร็ว ไปซื้อไอติมกัน...ไม่หลอกไปขายหรอกน่า”

 

 

 

“ก็...ไม่ได้แปลกหน้าแต่ก็หน้าแปลกอยู่ดี”

 

 

 

“จะกินไหมไอติม ไม่กินก็จะไปเตะบอลแล้ว...เลือกเอา ให้ว่องเลย”

 

 

 

“กิน...ก็ได้”

 

 

 

“ก็แค่เนี้ย...” ร่างสูงเก้งก้างตามวัยลุกขึ้นพลางปัดๆไปตามเนื้อตามตัวเพื่อกำจัดฝุ่นและใบไม้ที่ติดอยู่ให้หลุดออก หากแต่คนตัวเล็กที่ใบหน้ายังคงเปรอะน้ำตาและปลายจมูกรั้นยังคงแดงก่ำจากการร้องไห้ก็ยังคงนั่งเฉยอยู่จนต้องเอ่ยถามออกมาอีกครั้งอย่างสงสัย

 

 

 

“อ้าว...ทำไมไม่ลุกล่ะ”

 

 

 

“ลุกไม่ได้...”

 

 

 

“เพราะ?”

 

 

 

“เจ็บขา...ก่อนที่ไอติมจะหล่น คชาสะดุดก้อนหินล้ม”

 

 

 

อย่างนี้นี่เอง...

 

เพราะงั้นถึงได้มานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้สินะ...

 

แล้วก็ไม่บอก...

 

ฮ่วย~

 

 

 

“เอ๊า...แล้วก็ไม่บอก มา...ขึ้นมา เดี๋ยวพาไปทำแผลก่อน”

 

 

 

ตากลมปริ่มน้ำตามองแผ่นหลังของคนตรงหน้าก่อนจะแข็งใจขยับเข้าไปหา แขนเรียวเล็กโอบรอบลำคอขณะเดียวกับที่แขนแกร่งตวัดเข้าที่ขาเรียวเล็ก คนตัวน้อยวางคางแหลมลงบนไหล่ของคนใจดีที่แบกตนเองไปยังร้านขายของชำไม่ไกลจากที่เกิดเหตุนัก

 

 

 

“คราวหลังเจ็บขาก็บอกสิ จะได้พาไปทำแผล มานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งก็นึกว่าเสียดายไอติมอย่างเดียว”

 

 

 

“แล้วถามมั้ยล่ะ...”

 

 

 

“ก็ถามแล้วไงว่าเป็นอะไร”

 

 

 

“...”

 

 

 

“เถียงคำไม่ตกฟากจริงๆเลย”

 

 

 

“ตกฟากก็เจ็บดิ”

 

 

 

สะบัดทิ้งตรงนี้ซะดีมั้ย...

 

มันน่านัก...

 

 

 

“ไม่ต้องกินมันแล้วมั้ง ไอตงไอติมเนี่ย...กวนประสาทนัก”

 

 

 

“ล้อเล่นหน่อยเดียวก็ไม่ได้ ไม่มีอารมณ์ขันเลย” คนบนหลังยังคงทำเสียงเล็กเสียงน้อยให้อีกฝ่ายปวดประสาท หากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะเดินอีกเพียงครู่ก็มาถึงร้านขายของชำจริงๆเสียที

 

 

 

“อ้าว เป็นอะไรกันมาล่ะนั่นน่ะ”

 

 

“เพื่อนขาแพลงครับโกคิม ... โกคิมมีผ้ายืดมั้ยครับ”

 

 

 

“อ้อ...มีๆ รอแป๊บนะอาเต๋า”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

รับคำแล้วร่างสูงโปร่งก็พาคนที่ตัวเองแบกมาไปนั่งที่ม้าหินอ่อนด้านหน้าร้าน เด็กชายเต๋าที่ตัวโตกว่าทรุดตัวลงนั่งที่ด้านล่างพลางจับข้อเท้าเล็กๆพลิกไปพลิกมา ก่อนจะหันไปรับผ้ายืดผืนเก่าของลูกชายโกคิมมาจัดการพันข้อเท้าให้อย่างเบามือและชำนาญ ไปเจออาคชาที่ไหนล่ะเนี่ย”

 

 

 

“ที่สวนน่ะครับ เห็นหกล้มอยู่”

 

 

 

“อ๋อ แล้วอาคชา...คุณแม่รู้หรือยังเนี่ย”

 

 

 

“ยังครับ...แต่ว่าเดี๋ยวกลับไปคุณแม่ก็คงรู้” คนเจ็บพูดเสียงเบาพลางสูดน้ำมูกฟึดฟัดด้วยความที่กลัวว่าจะโดนดุ เดือดร้อนให้ร่างสูงต้องเปลี่ยนเรื่องคุยกับผู้สูงวัยกว่าไปโดยปริยาย “โกมีไอติมรสช็อคโกแล็ตมั้ยครับ”

 

 

 

“มีแต่รสถั่วเขียว...ช็อคโกแล็ตหมด”

 

 

 

“แต่คชาอยากกินรสช็อคโกแล็ต”

 

 

 

“ก็มันไม่มีไง...เอาถั่วเขียวไปแทนก่อนละกัน ไม่อร่อยให้เตะเลย”

 

 

 

“ก็...ก็ได้”

 

 

 

“อ่า...โกครับ ขอไอติมขอสองแท่งครับ”

 

 

 

“แป๊บนึงนะ..อ๊ะ” มือขาวเอื้อมไปรับไอศกรีมสองแท่งมา จัดการแกะพลาสติกที่ห่อเอาไว้ให้เสร็จสรรพก่อนจะยื่นไปให้คนตรงหน้า มือน้อยรับมาถือไว้ ปลายลิ้นเล็กค่อยๆแลบเลียเพื่อรับรสหวานฉ่ำและเย็นสดชื่น รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นที่ริมฝ่ปากเล็กเมื่อได้รับรสชาติที่หวานถูกใจ

 

 

 

“อร่อยมะ...”

 

 

 

“อื้อ~”

 

 

 

“ก็ดีแล้ว...กินหมดแล้วจะพาไปส่งที่บ้าน” ว่าพลางก้มลงกัดไอศกรีมในมือของตนไปด้วย ใช้เวลาเพียงไม่นานขนมที่หวานเย็นชื่นใจก็หมดลง ร่างสูงหันไปจ่ายเงินให้เจ้าของร้านชำใจดีแล้วหันหลังย่อตัวลงให้อีกฝ่ายขึ้นมาเกาะหลังเพื่อจะพาไปส่งที่บ้าน “ปะ กลับบ้านกัน”

 

 

 

“อื้อ~”

 

 

 

สายลมเย็นและกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ที่พัดพามากระทบผิวกายทำให้ทั้งสองคนรู้สึกสดชื่น ตากลมโตเหลือบลงมองแก้มขาวที่เริ่มชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย ฟันซี่เล็กขบลงบนริมฝีปากอย่างชั่งใจ หากแต่เพียงไม่นาน คนตัวโตก็รู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มที่ซับลงมาบนหน้าผากและขมับชื้นเหงื่อของตนเบาๆ

 

 

 

“ขอบใจนะ”

 

 

 

“อื้อ”

 

 

 

“อะ...ถึงแล้ว” ขายาวๆหยุดเดินที่หน้าบ้านหลังใหญ่ ประตูรั้วสูงท่วมหัวจนต้องแหงนหน้ามอง หลังจากที่ปล่อยร่างบนหลังลงมายืนด้วยตนเองได้แล้ว รอยยิ้มอ่อนโยนก็ส่งตามไปให้อย่างใจดี “ขอบคุณมากนะ...เต๋า”

 

 

 

“อือ ไม่เป็นไร ต่อไปถ้ามีอะไรก็เรียกได้นะ”

 

 

 

“ส...สัญญานะ”

 

 

 

“อือ สัญญา” มือกว้างเอื้อมไปเกี่ยวก้อยสัญญาแปะโป้งกับมือเล็กที่ชูนิ้วก้อยส่งมาให้ รอยยิ้มสดใสส่งให้กันอย่างเป็นสุข

 

 

 

สัญญา...

 

ที่ผูกพันทั้งสองคนไว้ด้วยกัน...

 

นับตั้งแต่วันนั้น...เป็นต้นมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.....................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ของในอย่านำออก ของนอกให้นำเข้า” เสียงห้าวของรุ่นพี่ปีสามดังขึ้นกลางวงข้าวกลางวันของเด็กหนุ่มทั้งหลาย ใบหน้าหล่อเหลาของหลายชีวิตหันขวับมามองคนหัวโต๊ะที่นั่งยัดฝรั่งเข้าปากอย่างอารมณ์ดี “มองทำไม พวกมึงไม่เคยได้ยินคติของคณะเราเหรอวะ ไอ่เด็กปีสองพวกนี้”

 

 

 

“คติอะไรวะพี่บิ๊ก ดูงงๆนะ”

 

 

 

“เออน่า...แต่จำไว้ละกัน ของในอย่านำออก ของนอกให้นำเข้า”

 

 

 

“ก็อยากจจะจำ แต่มันหมายความว่าไงล่ะครับพี่ครับ”

 

 

 

“แหม่...แทนไทน้องรัก มันก็หมายความว่า เราต้องออกตะลุยโลกกว้างจีบสาวคณะอื่น เพื่อนำของนอกเข้ามาให้เป็นศักดิ์เป็นศรีกับคณะวิศวกรรมศาสตร์อันแสนหล่อเหลาและโฉดเถื่อนของเราไงวะ ให้มีดอกไม้บานบนลานเกียร์อะเข้าใจมะ”

 

 

 

“อ่อ...อ้าวแล้วของในอย่านำออกล่ะ”

 

 

 

“เอ๊า ไอ่นี่...มันก็แปลว่านอกจากเราจะต้องไปเสาะหาดอกไม้จากคณะอื่นมาประดับแล้ว ... ดอกไม้และน็อตตัวเมียของเราก็ห้ามใครเค้ามาจีบไงวะ เดี๋ยวเสียดุลการค้าหมด เข้าใจมั้ย” บอกพลางตบไหล่น้องปุๆ หลายคนก็พยักหน้ารับฟังอย่างยินดีและกระดี๊กระด๊า หากแต่ร่างขาวสว่างกระจ่างราวหลอดผอมเบอร์ห้าที่นั่งอยู่ด้วยกลับส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ “มึงส่ายหน้าทำไมเชี่ยเต๋า”

 

 

 

“เปล่า...ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย”

 

 

 

“อย่ามาปากดี มึงอะแหละที่ต้องใส่ปุ๋ยเอาดอกไม้มาเข้าคณะเราเยอะๆ กูเห็นนะที่มีทั้งน้องทั้งพี่ทั้งเพื่อนมาคอยตามมึงอะ”

 

 

 

“มีที่ไหน ไม่มีหรอก เพื่อนกันทั้งนั้นแหละ”

 

 

 

“มึงอย่ามาดารา...เดี๋ยวกูเหนี่ยวดับเลย”

 

 

 

คนที่กำลังจะโดนเหนี่ยวหัวเราะออกมาอย่างร่าเริงพลางตักข้าวเข้าปาก ก่อนที่จะต้องชะงักไปเมื่อเสียงเรียกเข้าที่ตั้งเอาไว้เป็นเพลงเฉพาะของใครบางคนดังขึ้น “อื้อ”

 

 

 

[เรียนเสร็จแล้ว]

 

 

 

“อ้าว เรียนเสร็จแล้วเหรอ ยังกินข้าวไม่เสร็จเลย”

 

 

 

[งั้นเต๋ากินข้าวก่อนก็ได้ เดี๋ยวรอที่หน้าคณะ]

 

 

 

“อืม...ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวไปรับแล้วไปกินข้าวกัน”

 

 

 

[เอางั้นเหรอ]

 

 

 

“อือ เอางี้แหละ...เดี๋ยวไปรับนะ”

 

 

 

[อื้อ...แล้วเจอกันนะ]

 

 

 

“เจอกันครับ”

 

 

 

วางสายเสร็จก็คว้าจานข้าวที่ยังกินไม่หมดไปวางไว้ที่ที่เก็บจานทันที ร่างสูงหันมาส่งยิ้มเท่ห์ๆให้เพื่อนฝูงที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะก่อนจะเดินไปขึ้นรถของตนเองแล้วขับออกไป

 

 

 

“มันรีบไปไหนของมันวะแทนไทน้องรัก”

 

 

 

“พี่บิ๊กแม่งไม่รู้อะไรเล้ย”

 

 

 

“แล้วกูควรจะต้องรู้อะไรล่ะวะ”

 

 

 

“ก็...รู้ว่า ไอ่เต๋าอะ มันกำลังไปหาเด็กมันอะเดะ”

 

 

 

“เด็ก?”

 

 

 

“อือ เด็ก...น่ารักสุดยอดเลยด้วย”

 

 

 

“จริงดิ...เชี่ยแทนแม่งพูดซะกูอยากเห็นเลยนะมึง”

 

 

 

“อยากเห็นเหรอ? เดี๋ยวพาไปส่อง...แต่เลี้ยงข้าวก่อน โอเค้?”

 

 

 

“เออ...มึงอยากกินอะไรบอกมาให้ว่อง เดี๋ยวกูเลี้ยงเองครับ แทนไทน้องรัก...”

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
*****************************************************
ว่าจะให้เป็นตอนเดียวจบ...แต่ไหงกลายเป็นหลายตอนก็ไม่รู้
ไอติมรสถั่วเขียวอร่อยจริงๆนะ แท่งละสองบาท ซื้อได้ที่ข้างบ้านเรา :D
 

edit @ 4 Nov 2011 23:16:23 by คุณนายลี

edit @ 16 Jan 2012 19:47:13 by คุณนายลี

Comment

Comment:

Tweet

น่ารักมากค่าา อ่านแล้วอยากกินไอติมถั่วเขียวเลย ><

คชา หนูกวนมากกกอ่ะลูก 555+ เต๋าหล่อเกิ๊นนนน

เด็กที่ว่า คือใครน้ออ ชาชาใช่ม๊ายยยย

สู้ๆ นะคะไรเตอร์ จะติดตามต่อเน้ออ ^^ big smile

#7 By pp_twin (182.53.103.68) on 2012-03-13 23:33

โอ้ยยย อะไรจะน่ารักขนาดนี้ ><
ชอบฟิคแนวนี้จังค่ะ
พี่เต๋ากับน้องคชา

พี่คชาต้องแบบนี้แหละ!
น่ารักแต่กวนตีน cry cry

#6 By taokacha-lover on 2012-01-18 19:54

น่ารักอ่ะ น่ารักมากอ่ะ!
ชอบแบบนี้จริงๆ โอ้ยเพ้อ~
พี่หนาวแต่งฟิคทำฟินตลอด 55555

ชอบตอนยังเด็กน้อย > <
คชาโมเอร้จริงๆแต่กวนตรีนไปหน่อย ฮ่าๆ
พี่ต๋าวหล่อมากเลยเรื่องนี้ ดูท่าตามใจคชาน่าดู
ถึงจะตอนโตแล้วก็เถอะ ยังดูแลกันดีเหมือนเดิม อ๊ายๆๆๆ

อัพไวๆนะค๊าา ตามต่อๆ ^ ^ v

#5 By MinJah (14.207.236.23) on 2011-11-23 01:57

“แม่ไม่ให้คชาบอกชื่อกับคนแปลกหน้า”

55555555555555555555
โคตรชอบตอนนี้เลย คชาน่ารักแม๊กกกกก
ถ้าเราเป็นพี่เต๋าคงจับคชามาฟัดแล้ว แอร๊ะะะะ

ว่าแต่คนที่พี่เต๋าไปหานี่คือใคร?
ไม่ต้องบอกก็รู้ ....... อิอิ

#4 By KAEWIIZ♥ on 2011-11-06 23:09

ตัวเล็กกวนประสาทเอาเรื่อง
เกือบโดนตัวโต โบกหัวแล้วมั๊ยล่ะนั่น

>////< พี่เต๋า กับน้องคชา น่าร๊ากกกกก

#3 By kabu (110.168.124.45) on 2011-11-06 11:26

น่ารัก หวานกำลังดี
มาลงตอนต่อไปเร็วๆนะคะ
กรี๊ดเหอะ
คชาน่ารักเว่อร์ !!!!!!!!
แต่กวนตีนได้โล่ห์จริงๆ 55555555

คนที่พี่เต๋าไปหานี่คชาใช่ป่ะ กร๊ากกกก -w-
ชัวเลยชัวเลยอุอิมากกกกกก *w*

ว่าแต่อะไร มาโฆษณาขายไอติม ? 5555555

#1 By มินเตย (223.24.70.112) on 2011-11-05 19:51