[SF] Hand in Hand [CinTeuk]

posted on 30 Sep 2011 03:22 by mrslee in Fiction
Title : Hand in Hand 
Author : nanaO~* 
Pairing : Heechul x Jungsu 
Rating : G ~ 
Note : ยูทูบเล่นไม่ได้ ไว้ถ้ามันหายเอ๋อแล้วจะมาดิทลิ้งค์เพลงให้นะคะ ^ ^ 




Previous Part :: อ่านพวกนี้ให้หมดก่อนนะคะ มันต่อเนื่องกัน เพื่อความไม่งง ~ ^ ^ 

[SF] My little Boy [WonKyu] 


[SF] My little Boy [KangHyuk] 


[SF] Flower Crown [KiHae] 
 




















“จองซู...ตื่นได้แล้วนะลูก เดี๋ยวฮีชอลจะมาแล้วนะ” 



“อือ...ครับแม่ อีกห้านาทีนะครับ” 



“ไม่เอาแล้ว..ตื่นเลย ตื่นเดี๋ยวนี้นะจองซู” มือเรียวตบปุๆลงบนก้อนผ้านวมหนานุ่มที่มีร่างบอบบางของลูกชายคนเล็กอยู่ด้านใน พยายามกันอยู่นานสองนานกว่าจะงัดเอาคนขี้เซาลุกขึ้นมาได้ คุณแม่คนสวยรุนหลังให้เดินเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมทั้งกำชับกำชาว่าให้รีบอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วไม่อย่างนั้นจะไปโรงเรียนสาย 



แต่จนแล้วจนรอด...ก็ต้องขึ้นมาเรียกอีกรอบจนได้ 



เพราะปาร์คจองซู...แอบหลับในห้องน้ำอีกแล้ว 







เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นไม่เบานักทำให้เด็กชายสะดุ้งตื่นขึ้น มือเรียวที่ยังคงถือแปรงสีฟันค้างเอาไว้ขยับขึ้นมาแล้วยัดมันเข้าไปในปากเพื่อทำความสะอาดด้านในอย่างรวดเร็ว กว่าที่จะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและเปิดประตูออกมาก็ใกล้จะสายเต็มที ตากลมโตเบิกค้างไปชั่วครู่หากแต่มันก็กลับมาเป็นขนาดปกติเมื่อมองเห็นเพื่อนสนิทข้างบ้านของตนเองนั่งอ่านการ์ตูนอยู่บนเตียงนอนของตนเอง “มานานยังอะ” 



“ก็ตั้งแต่ที่นายเข้าไปหลับในห้องน้ำนั่นแหละ” 



“เปล่าซักหน่อย...” 



คนที่ทำอย่างที่ว่าส่ายหน้าปฏิเสธไม่ยอมรับ ก่อนที่จะเดินหนีไปสำรวจความเรียบร้อยหน้ากระจก เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรบกพร่องแล้วจึงเดินมาคว้ากระเป๋าหนังสือของตนขึ้นมาสะพาย เป็นจังหวะเดียวกับที่มือเรียวของอีกคนยื่นมาตรงหน้าพอดี 




“ปะ...ไปโรงเรียนกัน” 



“อื้อ...” 




ไม่ต้องมีความลังเลใจใดๆ...เหมือนที่เป็นนั้นตลอดมา 


เพียงแค่มือคู่นี้ส่งมาให้... 


จองซูก็พร้อมจะวางมือของตัวเองลงไป...กระชับมันเอาไว้ และก้าวเดินไปด้วยกัน 





“จองซู ข้าวกลางวันจ้ะ...แล้วก็นี่แซนด์วิชของทั้งสองคนเลยนะ” 



“ขอบคุณมากครับคุณน้า” 



“จ้ะ...ตั้งใจเรียนนะ” 




“ครับ” 



สองเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่จะค่อยๆเดินเคียงข้างกันไปเส้นทางที่ร่มรื่นสู่สถานศึกษาของตนเอง ซึ่งจองซูก็คงจะเดินจนเพลินไปหน่อยเพราะไม่ได้ยินเสียงรถที่วิ่งมาทางด้านหลัง เดือดร้อนให้อีกคนต้องกระตุกมือเพื่อรั้งร่างเล็กให้เข้าสู่อ้อมกอดเพื่อให้พ้นจากรัศมีการเฉี่ยวชนของกระบะคันใหญ่ 



ใบหน้าหวานแนบซบกับแผ่นอกของเพื่อนสนิท ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเพราะไม่เคยได้ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้มาก่อน นอกเหนือไปจากการจับมือแล้วก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลยสักที 



ใจเต้น 


ดังด้วย... 


ทำยังไงดี... 




“เดินให้มันระวังหน่อยสิ ถ้าโดนรถชนไปจะทำยังไงกัน” 



“...” 




ให้ตายเถอะ... 



บทสนทนาของเด็กสิบขวบที่คุยกันมันชวนให้ใจเต้นได้ขนาดนี้เลยหรือไงนะ 



จองซูเงี่ยหูฟังเสียงทุ้มที่เอ่ยอยู่บนหัวตัวเองอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะค่อยๆผละออกจากอ้อมกอดที่เพิ่งรู้ว่ามันอุ่นมากมายแค่ไหนเพื่อก้าวเดินไปตามทางเหมือนเช่นก่อนหน้านี้ 





อุ่น... 


อุ่นมากจริงๆนะ... 



เดินจูงมือกันมาจนถึงโรงเรียน จึงค่อยละการเกาะกุมออกจากกันเพื่อวางกระเป๋าลงที่โต๊ะของตนเองให้เรียบร้อย ร้องทักซีวอนและยองอุนที่นั่งอ่านการ์ตูนเล่มใหม่อยู่ข้างกันอย่างคุ้นเคย ก่อนจะใช้ชีวิตไปตามปกติของตนเองเหมือนทุกวัน ตั้งใจเรียน ทานข้าวกลางวัน ตอนเย็นเล่นฟุตบอล และกลับบ้านด้วยกันเหมือนเดิม 



เหมือนปกติ... 



แต่จองซูก็พอจะรู้ดี... 



ว่าหัวใจของตนเอง...เหมือนจะไม่ค่อยปกติซักเท่าไหร่... 


บ้าชะมัดเลย... 





















................................................................ 



















“จองซูฮยอง...ทำอะไย~” 



เสียงเล็กๆสดใสร้องทักมาจากด้านหลัง เมื่อเจ้าของชื่อหันกลับไปมองก็พบกับเด็กน้อยตัวป้อมที่ยืนยิ้มหวานส่งมาให้ โดยที่ข้างกายก็มีเด็กชายแก้มป่องยืนยิ้มให้อย่างเป็นมิตรอยู่ 
“ทงเฮ คิบอม ออกมาทำอะไรกันเนี่ย ไม่นอนกลางวันเหรอ” 



“เค้าจะเลิกเลียนกันแย้วฮยอง...ไม่ยู้เยื่องเยย” 



“เดี๋ยวเหอะ ไอ่คิบอม...งับแก้มขาด แล้วนี่ซีวอนไปไหนล่ะเนี่ย” ร่างบอบบางของผู้สูงวัยกว่าเอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ยเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว ทงเฮเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะชอบใจ พอได้ยินเสียงใสๆหัวเราะเจ้าคนที่โดนแกล้งก็หันไปกระชับอุ้งมือน้อยแล้วยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มอย่างรวดเร็วเสียอย่างนั้น 



“อ้าว นี่...หอมแก้มโชว์ด้วย อิจฉานะเนี่ย” 



“ก็ไปหอมแก้มฮีชอลฮยองฉิ...จะได้ไม่ต้องอิจฉา” 



“จะไปหอมได้ไง...ตกลงว่าซีวอนไปไหนเนี่ย ทำไมปล่อยออกมาสองคน” 



“ทำไมจะหอมไม่ได้ ก็จองซูฮยองชอบกับฮีชอลฮยองมะใช่เหยอ เอ้อ ซีวอนฮยองพาคยูไปฉี่...ฉ่วนฮยอกแจก็โดนยองอุนฮยองอุ้มไปไหนมะยู้...เลยต้องลอกันฉองคน แต่คิบอมจับมือทงเฮไว้แย้วนะ ไม่ปล่อยหลอก จะไม่ให้ทงเฮเป็นอะไยเด็ดขาด” 



แมน... 

แมนเหลือเกิน... 

ไอ้ลูกหมาเอ๊ย ตัวเท่าเมี่ยงเองนะเนี่ย 




“แหม...เท่จังเนอะ งั้นเดี๋ยวฮยองรอเป็นเพื่อนละกัน” 



“โอเค...” 



ตัวยุ่งยกมือข้างที่ว่างจากการเกาะกุมมือน้อยให้ทำเป็นสัญลักษณ์โอเค จองซูเห็นแบบนั้นก็หัวเราะร่า ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่กดลงบนไหล่บางของตนเอง พอหันไปมองก็เจอกับใบหน้าหล่อเหลาของบุคคลที่เป็นหัวข้อสนทนาเมื่อครู่นี้โผล่หน้ามายิ้มเผล่ให้ 



“คุยอะไรกัน ไอ้เปี๊ยก” 



“นินทาฮีชอลฮยองอยู่ล่ะ” 



“คิบอม...” 



“ก็มันจิงนี่นา...พอเลาหอมแก้มทงเฮ จองซูฮยองอิจฉา เลาก็บอกให้หอมแก้มฮีชอลฮยองไง...จะได้มะต้องอิจฉาเลา เนอะ ทงเฮ” 



“อื้อ” 



“แล้วพอจองซูฮยองบอกว่าจะหอมได้ไง เลาก็เลยบอกว่าทำไมจะมะด้าย เพาะว่าฮีอชอลฮยองกับจองซูฮยองชอบกัน เหมือนที่เลาชอบทงเฮ แล้วก็เหมือนที่ทงเฮชอบเลาด้วย เนอะ ทงเฮ” 



“อื้อ” 






เป็นปี่เป็นขลุ่ย... 


หมดกัน... 





“จริงเหรอเนี่ย” 



“พูดเล่นหรอกน่า...เนอะคิบอม” 



“ไม่ยู้ฉิ...พูดเล่นทำจิงกะด้ายนิ” 






ทำไมวันนี้รู้สึกอยากตบกะโหลกเด็กพิกล... 




ฮีชอลมองเห็นใบหน้าหวานของเพื่อนสนิทเริ่มเบ้ออกอย่างไม่พอใจก็หัวเราะหึหึในลำคอ ตากลมโตเหลือบไปให้ร่างสูงๆของเพื่อนสนิทอีกคนที่เดินจูงมือน้องชายเพื่อน(ที่ตอนนี้ติดซีวอนยิ่งกว่าพี่ชายตนเองเสียอีก)เข้ามาหา คิบอมยักคิ้วให้สองคนที่ยืนกอดคอกันอยู่อสงแผล่บแล้วก็จูงมือทงเฮ(ที่หันมาโบกมือบ๊ายบายยิ้มหวานให้ด้วย)ออกไปหาซีวอนเพื่อกลับบ้านกัน 



“จริงๆเลย...ไอ้เปี๊ยกคิบอม” 



“ก็น้องมันยังเด็ก...อย่าไปใส่ใจมันเลย” 



“แต่เด็กมันไม่โกหกนะ” 



“แต่คิบอมมันอาจจะโกหกก็ได้นี่นา” 



“ไม่มั้ง...ไม่งั้นคงไม่หน้าแดงขนาดนี้หรอก” 



“ไม่คุยด้วยแล้ว...ไปซ้อมดีกว่า” 



“เดี๋ยวสิ รอด้วย...” 



ว่าแล้วก็วิ่งตามไปกอดคอเพื่อนรักให้กลับมาอยู่ในอ้อมแขนเช่นเดิม จั๊กจี๋หยอกล้อไปมาจนเสียงหัวเราะดังไปทั่วบริเวณ ปริมาณความสุขในอากาศล้นปรี่จนแทบจะสำลักตายไปข้างนึง 






ฮีชอล... 



ที่เราเป็นอยู่แบบนี้...มันคืออะไรนะ 



ถึงจะบอกตัวเองว่าเพื่อนรัก...แต่ทำไมฉันถึงได้รู้สึก 



ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น... 



แต่ก็ช่างเถอะ... 



แบบนี้...ก็ดีอยู่แล้วล่ะเนอะ 



จะคิดยังไง...ก็ปล่อยเอาไว้เป็นเรื่องของอนาคตก็แล้วกันเนอะ 















.................................................................... 

















จากเด็กวัยสิบขวบ...ก็เติบใหญ่จนกลายเป็นเด็กวัยมัธยมห้าที่มีสรีระเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ร่างสูงโปร่งสองร่างวิ่งไล่ตามลูกฟุตบอลกลมๆที่กลิ้งไปมาในสนามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เช่นเดียวกับคนที่มีใจรักในสิ่งเดียวกันอีกหลายคนที่กำลังจดจ่อในสิ่งเดียวกัน 



กว่าจะซ้อมเสร็จก็เหงื่อไหลไคลย้อย มือเรียวยื่นผ้าขนหนูสีขาวสะอาดให้กับร่างบอบบางที่ยืนอยู่ด้านข้าง พร้อมทั้งขวดน้ำเย็นแก้กระหาย ซึ่งอีกคนก็รับมันไปอย่างเคยชิน ก่อนที่คนยื่นให้จะได้รับกลับมาบ้าง 



ก็เป็นแบบนี้... 


ก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว... 







เดินออกมาจากห้องอาบน้ำด้วยร่างกายที่สดชื่นกว่าเมื่อตอนที่เดินเข้าไปก่อนหน้านี้มากนัก จองซูสะบัดผมชื้นๆให้พอหมาดๆก่อนจะยิ้มให้คนข้างๆที่เดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากตนเองไม่มากนัก 



“เช็ดดีๆสิ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” 



“เดี๋ยวมันก็แห้งแล้ว” ฮีชอลส่ายหน้าไปมาก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้ผ้าขนหนูที่โปะอยู่บนหัวทุยนั่นให้มันซับน้ำและความชื้นออกไป ผละออกไปเก็บของและแต่งตัวให้เข้าที่เรียบร้อย แล้วจึงค่อยเดินกลับมาหาคนที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าพัดลมให้เป่าผมและร่างกายจนสั่นสะท้าน “หนาวจะตายยังจะมาตากพัดลม...กลับบ้านได้แล้ว” 



“อือ” 
















อากาศหนาวเย็นที่สัมผัสผิวกายทำให้จองซูต้องห่อตัวเข้าหากันเพราะลืมเอาเสื้อกันหนาวที่หนาๆและผ้าพันคอผืนอุ่นมาด้วย ฮีชอลเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา หากแต่ก็เอื้อมมือไปปลดผ้าพันคอของตนเองออกไปพันให้คนที่ขี้หนาวจนเรียกล้อกันว่าขาดความอบอุ่นให้หายหนาวสั่น พร้อมทั้งแบ่งอุ่นไอจากเสื้อโค้ทตัวหนาของตนเองให้ร่างเล็กบางด้วยการดึงอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ด้านในเสื้อด้วยกัน 




มือบางที่เย็นเฉียบก็ถูกมืออุ่นหนาจับเอาไว้อย่างแนบแน่น... 


ถ่ายทอดอุ่นไอ...เข้าสู่ร่างกายและหัวใจไปพร้อมกัน 





“มือเย็นหมดแล้ว...” 



“อะ..อือ” 



“มองอะไรอย่างนั้น มีอะไรจะถามเหรอ?” 



“ก็..ก็แค่อยากรู้” 



“...” 



“ว่าเรา...เป็นอะไรกัน” 



“แล้วจองซูคิดว่าเราเป็นอะไรล่ะ” 



“ไม่รู้สิ...เพื่อน แต่มันก็เหมือนจะมากกว่านั้น” เสียงหวานเอ่ยแผ่วๆด้วยความไม่มั่นใจ เรียกรอยยิ้มกว้างๆจากคนข้างกายได้เป็นอย่างดี อ้อมกอดอุ่นกระชับร่างเล็กให้แน่นขึ้นก่อนจะเอ่ยออกไปอย่างที่ใจคิด “ก็ไม่เห็นว่าจะต้องเป็นอะไรกันเลยนี่นา” 



“...” 



“แค่รู้เอาไว้ว่าเราคิดเหมือนกัน...ก็พอแล้วล่ะมั้ง” 



“ฮีชอล...” 



“ไม่เห็นต้องไปนิยามเลยว่าเราเป็นอะไรกัน แค่มีเราสองคนคู่กันก็พอแล้ว...ใช่มั้ยล่ะ” 



“อื้อ...พอแล้ว” 







ถ้ามองแบบผิวเผิน ทั้งสองคนอาจไม่มีสิ่งใดที่เหมือนกัน ... 





ร้อน กับ เย็น ... 



ขาด กับ เกิน ... 




แต่นั่นก็ทำให้มันลงตัวได้อย่างพอดี... 







ฮีชอลอาจจะใจร้อน แต่จองซูก็ใจเย็นพอจะห้ามปรามและทำให้ฮีชอลเย็นลง 



จองซูอาจจะขาดความอบอุ่นทางกายเพราะขี้หนาว แต่ฮีชอลก็อุ่นมากพอที่จะทำให้ทั้งสองคนอุ่นไปพร้อมกัน 




พร้อมกัน...ทั้งสองหัวใจ 



แค่ยังจับมือกันเอาไว้...ก็พอแล้ว 




















******************************** 
จบจริงๆแล้วนะ... ซีรี่ย์เด็กแก่แดด ~

edit @ 30 Sep 2011 13:52:58 by คุณนายลี

edit @ 19 Oct 2011 14:20:36 by คุณนายลี

Comment

Comment:

Tweet

ฮีนิมเท่ที่สุด ชอบค่ะ
ไม่เห็นต้องรู้เลยว่าเป็นอะไรกัน
แค่มีกันและกันแบบนี้ตลอดไปก็พอ

#3 By ann (125.24.105.37) on 2012-03-13 16:41

น่ารักจริงๆ